Skin Booster ที่ DCH Hospital ฉีดบำรุงผิวจากภายใน ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส โดยแพทย์ประเมินเฉพาะบุคคล
Skin Booster ที่ DCH Hospital บำรุงผิวจากภายใน ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส

โปรแกรมฉีดบำรุงผิวจากภายใน ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวแห้ง หมองคล้ำ และปรับคุณภาพผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยแพทย์ประเมินสภาพผิวและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

หรือนัดหมายโดยตรง โทร 02 103 1723

Skin Booster คืออะไร

Skin Booster คือโปรแกรมฉีดบำรุงผิวที่เน้นการเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน โดยแพทย์จะเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคการฉีดให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

จุดเด่นของ Skin Booster คือช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น นุ่มขึ้น และดูมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเติมปริมาตรหรือปรับโครงหน้าเหมือนฟิลเลอร์

เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ หมองคล้ำ แต่งหน้าไม่ติด หรือรู้สึกว่าคุณภาพผิวเริ่มไม่สดใส ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

Hydration

ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน

Skin Quality

เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว ไม่ใช่การเติมปริมาตร

หมายเหตุ: หากยังไม่ยืนยันแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาพกล่องหรือชื่อแบรนด์บนหน้าเว็บ และใช้ภาพแนว HA / Hydration / Micro-injection แทน
HA Hyaluronic Acid สูตร Skin Booster ฉีดบำรุงชั้นผิวเพื่อความชุ่มชื้น DCH Hospital

Skin Booster ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร

Skin Booster และฟิลเลอร์อาจมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับ HA เหมือนกันในบางผลิตภัณฑ์ แต่เป้าหมาย วิธีใช้ และผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

หัวข้อเปรียบเทียบSkin Boosterฟิลเลอร์ HA
เป้าหมายหลักบำรุงคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำขึ้นเติมปริมาตร ปรับรูปหน้า หรือแก้ร่องลึกบางบริเวณ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังผิวดูชุ่มชื้น นุ่มขึ้น ดูมีชีวิตชีวา และ Texture ผิวดูดีขึ้นโครงหน้า ร่องลึก หรือบริเวณที่ขาดปริมาตรดูเปลี่ยนชัดขึ้น
วิธีการฉีดฉีดกระจายเพื่อดูแลคุณภาพผิวในบริเวณที่ต้องการฉีดเฉพาะตำแหน่งตามโครงหน้า ร่อง หรือจุดที่ต้องการเติม
เหมาะกับใครผู้ที่ผิวแห้ง หมอง ขาดน้ำ หรืออยากฟื้นฟูคุณภาพผิวผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้า เติมเต็ม หรือแก้ร่องลึก
เปลี่ยนรูปหน้าไหมไม่ใช่เป้าหมายหลักของโปรแกรมสามารถช่วยปรับรูปหน้าได้ในบางตำแหน่งตามแพทย์ประเมิน
สรุปง่าย ๆ: Skin Booster เหมาะกับคนที่ต้องการให้ “คุณภาพผิวดีขึ้น” ส่วนฟิลเลอร์เหมาะกับคนที่ต้องการ “เติมปริมาตรหรือปรับรูปหน้า” แพทย์จะช่วยประเมินว่าเคสของคุณเหมาะกับโปรแกรมใด หรือควรวางแผนร่วมกันหรือไม่

Skin Booster ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

Skin Booster เหมาะกับการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม โดยเฉพาะผิวที่ดูแห้ง ขาดน้ำ หมองคล้ำ หรือเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากความแห้ง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและผลิตภัณฑ์ที่แพทย์เลือกใช้

ผิวแห้ง ขาดน้ำ

ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและนุ่มขึ้นในบางเคส

ผิวหมอง ไม่สดใส

เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ผิวโดยรวมอาจดูมีชีวิตชีวาและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ผิวขาดความยืดหยุ่น

ช่วยดูแลคุณภาพผิวให้ดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้นตามการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

ริ้วรอยเล็ก ๆ จากความแห้ง

เมื่อผิวชุ่มชื้นขึ้น ริ้วรอยตื้น ๆ ที่เกิดจากผิวแห้งอาจดูนุ่มและตื้นลงในบางบริเวณ

ผิวหลังทำ Laser / IPL / RF

แพทย์อาจวางแผนใช้ Skin Booster เพื่อช่วยเสริมการดูแลผิวหลังหัตถการพลังงานตามความเหมาะสม

ผิวเริ่มมีสัญญาณอายุ

เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวระยะยาว ก่อนที่ผิวจะแห้ง หมอง หรือขาดความยืดหยุ่นชัดเจนขึ้น

Skin Booster เหมาะกับใคร

Skin Booster เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มฟู และดูสุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าทาครีมแล้วผิวยังแห้ง หมอง หรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด

ผิวแห้ง ขาดน้ำ หมองคล้ำ

เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าผิวไม่อิ่มน้ำ แต่งหน้าไม่ติด หรือผิวดูโทรมง่ายแม้บำรุงผิวเป็นประจำ

ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกัน

เหมาะกับผู้ที่อยากรักษาคุณภาพผิวให้ชุ่มชื้นและยืดหยุ่น ก่อนที่สัญญาณผิวแห้งหรือผิวล้าจะชัดขึ้น

เตรียมผิวก่อนโอกาสสำคัญ

เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูสดใส ชุ่มชื้น และพร้อมแต่งหน้ามากขึ้นก่อนงานสำคัญ โดยควรให้แพทย์วางแผนล่วงหน้า

ทำ Laser / RF แล้วอยากเสริมการฟื้นฟู

ในบางเคส แพทย์อาจวางแผน Skin Booster ร่วมกับโปรแกรมผิวอื่น เพื่อช่วยดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวโดยรวม

ทำไมต้องทำ Skin Booster ที่ DCH Hospital

การทำ Skin Booster ควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวจริง เพราะแต่ละคนมีปัญหาผิว ความแห้ง ความไวของผิว และเป้าหมายที่แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ เทคนิค และแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

01

แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำ

แพทย์จะประเมินระดับความแห้ง ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และปัญหาผิวหลัก เพื่อวางแผน Skin Booster ให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน

02

เลือกผลิตภัณฑ์ตามความเหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ Skin Booster แต่ละสูตรมีจุดเด่นต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้ตามสภาพผิว เป้าหมาย และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

03

เทคนิคการฉีดละเอียดอ่อน

Skin Booster ต้องอาศัยการกระจายตัวยาอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลคุณภาพผิวในบริเวณที่ต้องการ โดยคำนึงถึงความสม่ำเสมอและความปลอดภัย

04

ดูแลภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาล

ทุกขั้นตอนดำเนินการในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีทีมแพทย์และทีมดูแลให้คำแนะนำก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ

05

วางแผนร่วมกับโปรแกรมผิวอื่นได้

ในบางเคส แพทย์อาจวางแผน Skin Booster ร่วมกับโปรแกรมผิวอื่น เช่น Laser, RF, OPTIMAS Max หรือโปรแกรมฟื้นฟูผิว เพื่อช่วยดูแลคุณภาพผิวในหลายมิติ

ขั้นตอนการทำ Skin Booster ที่ DCH Hospital

1

ขั้นตอนที่ 1

ปรึกษาและประเมินสภาพผิวโดยแพทย์

แพทย์ประเมินความชุ่มชื้น ความแห้ง ความยืดหยุ่น และปัญหาผิวหลัก เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์และวางแผนการฉีดให้เหมาะสม

2

ขั้นตอนที่ 2

ออกแบบจุดฉีดและแผนการดูแล

แพทย์กำหนดบริเวณที่ต้องการดูแล จำนวนจุดฉีด ปริมาณที่เหมาะสม และแนะนำจำนวนครั้งตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

3

ขั้นตอนที่ 3

ทาครีมชาและเตรียมผิว

ทำความสะอาดผิว และอาจมีการทาครีมชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ จากนั้นเตรียมผิวตามมาตรฐานก่อนฉีด

4

ขั้นตอนที่ 4

ฉีด Skin Booster โดยแพทย์

แพทย์ฉีดผลิตภัณฑ์ Skin Booster ตามแผนที่วางไว้ โดยคำนึงถึงความสม่ำเสมอ ความเหมาะสมของผิว และความปลอดภัยของแต่ละบุคคล

5

ขั้นตอนที่ 5

แนะนำการดูแลและนัดติดตาม

ทีมดูแลแนะนำการดูแลผิวหลังทำ ข้อควรหลีกเลี่ยง และวางแผนติดตามผลหรือทำต่อเนื่องตามแพทย์ประเมิน

การดูแลตัวเองหลังทำ Skin Booster

หลังทำ Skin Booster อาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำเล็ก ๆ บริเวณจุดฉีดได้ในบางเคส ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

Skin Booster เป็นโปรแกรมที่เน้นการดูแลคุณภาพผิว ผลลัพธ์อาจค่อย ๆ ดีขึ้นตามสภาพผิว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ จำนวนครั้ง และการดูแลหลังทำ ไม่ควรคาดหวังผลแบบเปลี่ยนรูปหน้าหรือเติมปริมาตร

สิ่งที่ควรทำ

  • ทาครีมบำรุงผิวที่อ่อนโยนตามคำแนะนำของแพทย์
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแดดจัด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เหมาะสม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงแรก

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในช่วง 12–24 ชั่วโมงแรก หรือจนกว่าแพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ ความร้อนสูง และออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรง ๆ

อยากให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู และดูสุขภาพดีขึ้น?

ส่งรูปให้ทีมแพทย์ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ฟรี พร้อมแนะนำว่า Skin Booster เหมาะกับสภาพผิวของคุณไหม และควรวางแผนดูแลร่วมกับโปรแกรมผิวอื่นหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Skin Booster

Skin Booster คือโปรแกรมฉีดบำรุงผิวที่เน้นเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ นุ่มขึ้น และดูมีชีวิตชีวามากขึ้นตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Skin Booster เน้นคุณภาพผิว ส่วนฟิลเลอร์เน้นเติมปริมาตรหรือปรับรูปหน้า

Skin Booster ใช้เพื่อดูแลผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มฟู และดูสุขภาพดีขึ้น ไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนรูปหน้า ส่วนฟิลเลอร์ HA ใช้เติมปริมาตร แก้ร่องลึก หรือปรับสัดส่วนใบหน้าในบางตำแหน่งตามแพทย์ประเมิน

Skin Booster มักเน้นการเติมความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิวจากภายใน ส่วน Meso หน้าใสอาจเป็นค็อกเทลบำรุงผิวหลายชนิดที่เน้นความกระจ่างใสหรือฟื้นฟูผิวในมิติอื่น ๆ แพทย์จะช่วยประเมินว่าโปรแกรมใดเหมาะกับสภาพผิวของคุณมากกว่า

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความแห้ง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล บางเคสอาจต้องทำต่อเนื่องเป็นคอร์สในช่วงแรก แล้วค่อยเว้นระยะเพื่อดูแลผลลัพธ์ตามแพทย์ประเมิน

ก่อนทำอาจมีการทาครีมชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย ระหว่างทำอาจรู้สึกถึงเข็มเล็กน้อยเป็นบางจุด ความรู้สึกขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด เทคนิคที่ใช้ และความไวของแต่ละบุคคล

หลังทำอาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำเล็ก ๆ บริเวณจุดฉีดได้ในบางเคส ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามการตอบสนองของผิว หากมีอาการผิดปกติควรติดต่อทีมแพทย์

ในบางเคสสามารถวางแผนร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ เช่น Laser, RF, OPTIMAS Max, Exosome หรือฟิลเลอร์ ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินลำดับการทำและระยะเวลาที่เหมาะสม

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการอักเสบบริเวณที่จะฉีด มีโรคประจำตัวบางชนิด มีประวัติแพ้ยา หรือเคยมีปฏิกิริยาผิดปกติจากการฉีด ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง

ผลลัพธ์จากการทำ Skin Booster ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความแห้ง ความชุ่มชื้นเดิมของผิว ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์เลือกใช้ เทคนิคการฉีด จำนวนครั้งที่ทำ และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละบุคคล หลังทำอาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำเล็ก ๆ บริเวณจุดฉีดได้ในบางเคส ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับบริการทุกครั้ง