ฉีด Radiesse ที่ DCH Hospital ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน
Radiesse+ คือฟิลเลอร์ CaHA ที่ช่วยเติมเต็มโครงสร้างใบหน้า และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้า ฟื้นฟูความกระชับ หรือดูแลบริเวณที่สูญเสียปริมาตร โดยแพทย์ประเมินและออกแบบแผนเฉพาะบุคคล
Radiesse+ คืออะไร ทำงานอย่างไร
ฉีด Radiesse+ เป็นหัตถการฉีดฟิลเลอร์กลุ่ม Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นสารที่ถูกพัฒนาในรูปแบบไมโครสเฟียร์แขวนลอยอยู่ในเจลนำพา เพื่อช่วยเติมเต็มและเสริมโครงสร้างในบริเวณที่เหมาะสม
จุดเด่นของ Radiesse+ คือการทำงาน 2 ระดับ ทั้งการเติมเต็มโครงสร้างในช่วงแรก และการช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายในระยะยาว จึงเหมาะกับบริเวณที่ต้องการความกระชับและโครงสร้างมากกว่าการเติมเต็มแบบผิวเผิน
Radiesse+ มีสูตรที่ผสม Lidocaine เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ Radiesse+ ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะตำแหน่ง ชั้นผิว และปริมาณที่ใช้มีผลต่อความเหมาะสมของผลลัพธ์
เติมเต็มทันที
เจลนำพาช่วยให้บริเวณที่ฉีดดูเต็มและมีโครงสร้างขึ้นหลังทำ
กระตุ้นคอลลาเจน
CaHA microsphere ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
Radiesse+ ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปอย่างไร
ฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้ตามโครงสร้างใบหน้า ชั้นผิว บริเวณที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของแต่ละบุคคล
| Radiesse+ (CaHA) | HA Filler | |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA | Hyaluronic Acid หรือ HA |
| การทำงาน | เติมเต็ม + กระตุ้นคอลลาเจน ในระยะยาว | เติมเต็ม เพิ่มปริมาตร และช่วยอุ้มน้ำในบริเวณที่ฉีด |
| ลักษณะผลลัพธ์ | เหมาะกับการเสริมโครงสร้าง ความกระชับ และบริเวณที่ต้องการชั้นลึก | เหมาะกับการเติมเต็ม ปรับรูปทรง และบริเวณที่ต้องการความละเอียด |
| ระยะเวลาโดยประมาณ | ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและแต่ละบุคคล | ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และแต่ละบุคคล |
| การละลาย | ไม่มียาละลาย ต้องรอให้สลายตามธรรมชาติ | สามารถละลายได้ด้วย Hyaluronidase ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม |
| บริเวณที่นิยม | แก้ม ขมับ กรอบหน้า คาง หน้าผาก หลังมือ | ใต้ตา ปาก แก้ม คาง ขมับ ร่องลึก และบริเวณอื่นตามชนิดของฟิลเลอร์ |
การฉีด Radiesse+ เหมาะกับใคร
Radiesse+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมโครงสร้าง ฟื้นฟูความกระชับ หรือดูแลบริเวณที่สูญเสียปริมาตรในระดับลึก ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง
ต้องการความกระชับในระยะยาว
เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาจากการกระตุ้นคอลลาเจน ควบคู่กับการเติมเต็มโครงสร้างในช่วงแรก
มีร่องลึกหรือสูญเสียปริมาตร
เหมาะกับผู้ที่มีร่องลึก ขมับตอบ แก้มยุบ หรือโครงสร้างใบหน้าบางบริเวณที่เปลี่ยนไปตามวัย
ต้องการฟื้นฟูบริเวณหลังมือ
เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าหลังมือดูบาง เส้นเอ็นหรือเส้นเลือดดูชัด และต้องการให้มือดูอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เคยฉีด HA Filler และอยากได้ตัวเลือกเพิ่มเติม
เหมาะกับผู้ที่ต้องการประเมินทางเลือกอื่นนอกจาก HA Filler โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้เดี่ยวหรือใช้ร่วมกันตามความเหมาะสม
บริเวณที่นิยมฉีด Radiesse+
Radiesse+ เหมาะกับบริเวณที่ต้องการโครงสร้างและความกระชับในระดับลึก แพทย์จะประเมินว่าแต่ละจุดเหมาะกับ Radiesse+ หรือควรใช้ร่วมกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นเพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุล
แก้มและขมับ
ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบหรือสูญเสียปริมาตร และช่วยพยุงโครงสร้างใบหน้าโดยรวม
ร่องแก้ม
เหมาะกับร่องลึกบางประเภทที่ต้องประเมินร่วมกับโครงสร้างแก้มและชั้นผิว
กรอบหน้าและขากรรไกร
ช่วยเสริมความคมชัดของโครงสร้างส่วนล่างของใบหน้าในเคสที่เหมาะสม
คาง
ช่วยปรับสัดส่วนคางให้สมดุลกับใบหน้า โดยต้องประเมินรูปหน้าและแนวกระดูกก่อนทำ
หน้าผาก
เหมาะกับบางเคสที่ต้องการปรับความเรียบหรือเติมเต็มบริเวณที่ไม่สม่ำเสมอ
หลังมือ
ช่วยฟื้นฟูหลังมือที่ดูบาง เส้นเอ็นหรือเส้นเลือดดูเด่น ให้มือดูอิ่มขึ้น
ทำไมต้องฉีด Radiesse+ ที่ DCH Hospital
เพราะ Radiesse+ เป็นฟิลเลอร์ที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่ง ชั้นผิว และปริมาณที่ใช้ แพทย์จึงต้องประเมินโครงสร้างก่อนฉีดทุกครั้ง
01
ประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนทุกครั้ง
แพทย์จะวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า จุดที่สูญเสียปริมาตร ชั้นผิว และบริเวณที่เหมาะสมก่อนวางแผนการฉีด
02
ออกแบบแผนเฉพาะบุคคล
แต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายต่างกัน แพทย์จึงกำหนดจุดฉีด ปริมาณ และเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
03
วางแผนร่วมกับ HA Filler ได้ถ้าเหมาะสม
ในบางเคส แพทย์อาจพิจารณาใช้ Radiesse+ ร่วมกับฟิลเลอร์ HA ในคนละบริเวณ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ
04
ดูแลภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาล
หัตถการดำเนินการในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีทีมแพทย์และทีมดูแลให้คำแนะนำก่อนและหลังทำอย่างชัดเจน
05
วางแผนรอบคอบ เพราะ Radiesse+ ไม่มียาละลาย
Radiesse+ ต่างจาก HA Filler ตรงที่ไม่มียาละลาย จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนโดยแพทย์อย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนฉีด เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยของแต่ละบุคคล
ขั้นตอนการฉีด Radiesse+ ที่ DCH Hospital
ขั้นตอนที่ 1
ปรึกษาและประเมินโดยแพทย์
แพทย์ซักประวัติสุขภาพ วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า และประเมินว่า Radiesse+ เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแลหรือไม่
ขั้นตอนที่ 2
วางแผนจุดฉีดและปริมาณที่ใช้
แพทย์กำหนดตำแหน่ง ชั้นผิว ปริมาณ Radiesse+ และพิจารณาว่าควรใช้ร่วมกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นหรือไม่
ขั้นตอนที่ 3
เตรียมผิวก่อนฉีด
ทำความสะอาดผิว ทำเครื่องหมายบริเวณที่ฉีด และอาจทายาชาเฉพาะจุดตามความเหมาะสม
ขั้นตอนที่ 4
ฉีด Radiesse+ โดยแพทย์
แพทย์ฉีดตามแผนที่วางไว้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของชั้นผิว โครงสร้าง และความปลอดภัยของแต่ละบุคคล
ขั้นตอนที่ 5
แนะนำการดูแลและติดตามผล
ทีมดูแลให้คำแนะนำหลังทำ และนัดติดตามผลตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงและการตอบสนองของร่างกาย
การดูแลตัวเองหลังฉีด Radiesse+
หลังฉีด Radiesse+ อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดได้ในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามการตอบสนองของร่างกาย
Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือน HA Filler จึงควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือปรับเองบริเวณที่ฉีด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือจับแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือแดดจัดในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใน 24–48 ชั่วโมงแรก
- เลี่ยงการทำหัตถการอื่นบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก หากยังไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลและประเมินการเปลี่ยนแปลง
- ติดต่อโรงพยาบาลหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมผิดปกติ หรือผิวเปลี่ยนสีชัดเจน
ไม่แน่ใจว่า Radiesse+ เหมาะกับคุณไหม?
ส่งรูปให้ทีมแพทย์ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ฟรี พร้อมแนะนำว่าควรใช้ Radiesse+ หรือฟิลเลอร์ชนิดอื่นตามโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายของคุณ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse+
HA Filler เน้นการเติมเต็มและช่วยอุ้มน้ำ สามารถละลายได้ด้วยยา Hyaluronidase ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม ส่วน Radiesse+ เป็นฟิลเลอร์ CaHA ที่ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน แต่ไม่มียาละลาย แพทย์จึงต้องประเมินความเหมาะสมก่อนทำทุกครั้ง
ความรู้สึกขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและความไวของแต่ละบุคคล โดย Radiesse+ มีสูตรผสม Lidocaine และแพทย์อาจใช้ยาชาเฉพาะจุดเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การตอบสนองของร่างกาย และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือน HA Filler จึงต้องรอให้ร่างกายสลายตามธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้การประเมินและวางแผนโดยแพทย์จึงสำคัญมาก แพทย์จะอธิบายตำแหน่ง ปริมาณ และความคาดหวังที่เหมาะสมก่อนเริ่มหัตถการทุกครั้ง
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีด ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง
Radiesse+ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แพทย์ใช้ดูแลบริเวณหลังมือในบางเคส เช่น มือดูบาง เส้นเอ็นหรือเส้นเลือดดูชัด ทั้งนี้ต้องประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมก่อนทำ
โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว แต่อาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำในช่วงแรก ควรหลีกเลี่ยงการกดนวด ความร้อนสูง และการออกกำลังกายหนักตามคำแนะนำของแพทย์
ผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse+ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด เทคนิคที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือน HA Filler จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนโดยแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับบริการทุกครั้ง

