1. เลือกบริเวณจากปัญหาจริง
หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือเหนียงมีลักษณะไขมันและผิวต่างกัน ผู้ที่สนใจ ดูดไขมันหน้าท้อง ควรแยกไขมันออกจากหนังและกล้ามเนื้อหย่อน

ศัลยกรรมดูดไขมัน ใช้จัดการไขมันสะสมเฉพาะจุด ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักหลัก ก่อนเลือกตำแหน่งและเทคนิค แพทย์ควรประเมินปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว สุขภาพ และเป้าหมายด้านรูปร่าง
หากมีหนังหน้าท้องหย่อนหรือกล้ามเนื้อแยก การดูดไขมันอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ควรเปรียบเทียบขอบเขตการรักษา ความเสี่ยง และการพักฟื้นกับแนวทางอื่นก่อนตัดสินใจ
การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหัตถการทางศัลยกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันสะสมเฉพาะจุด ซึ่งไม่สามารถลดได้ด้วยการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาให้มีความแม่นยำมากขึ้น ลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อ และช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม
ที่ ศูนย์ดูดไขมัน โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดูดไขมันร่วมกับเครื่องมือกระชับผิวที่ทันสมัย
ภายใต้แนวคิดการดูแลแบบครบวงจร โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ อาจารย์แพทย์ นพ.เชน ชัยชาญชีพ ว.51245
ศูนย์ใช้เทคโนโลยีดูดไขมันขั้นสูง เช่น Body-Jet ที่เน้นการขจัดไขมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยนและปลอดภัย. อุปกรณ์ที่ทันสมัยช่วยลดผลข้างเคียงและเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยทำให้เลือดออกน้อยจึงมีการพักฟื้นที่รวดเร็ว ไม่เจ็บขณะทำเนื่องจากมียานอนหลับ
ทีมแพทย์ที่ DCH Hospital มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการดูดไขมัน พร้อมประสบการณ์การรักษาหลายเคสที่ประสบความสำเร็จ สามารถลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้โดยตรง แผลเล็กมาก แพทย์สามารถซ่อนแผลได้อย่างดีเยี่ยม เห็นถึงสัดส่วนที่เล็กลงในทันทีหลังทำหัตถการ
เราให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลและการดูแลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง การติดตามผลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ผู้รับบริการมั่นใจได้ในคุณภาพของผลลัพธ์ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับหนุ่มสาว จากหุ่นที่ดูกระชับได้รูปทรงมีสัดส่วนที่ชัดเจน
สถานพยาบาลได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพ ทั้งในด้านการรักษาและการบริการ, ทำให้ Dr.CHEN Surgery Hospital International Center ได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการทั้งในและต่างประเทศ
ดูดไขมัน (Liposuction) โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH Hospital เพื่อแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุด เป็นกระบวนการทางศัลยกรรมที่ต้องอาศัยความรอบคอบในการเลือกสถานพยาบาล เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคโนโลยีที่เหมาะสม และระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
ที่ ศูนย์ดูดไขมัน โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH มีการผสานเทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวแบบ X3 ได้แก่
Body-Jet (Water-Assisted Liposuction)
Inmode Ignite RF / BodyTite
Morpheus Burst8
ภายใต้แนวคิดเฉพาะของโรงพยาบาลดูแลโดย อาจารย์แพทย์ นพ.เชน ชัยชาญชีพ ว.51245
ดูดไขมัน (Liposuction) โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH Hospital เพื่อแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุด เป็นกระบวนการทางศัลยกรรมที่ต้องอาศัยความรอบคอบในการเลือกสถานพยาบาล เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคโนโลยีที่เหมาะสม และระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
ที่ ศูนย์ดูดไขมัน โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH มีการผสานเทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวแบบ X3 ได้แก่
Body-Jet (Water-Assisted Liposuction)
Inmode Ignite RF / BodyTite
Morpheus Burst8
ภายใต้แนวคิดเฉพาะของโรงพยาบาลดูแลโดย อาจารย์แพทย์ นพ.เชน ชัยชาญชีพ ว.51245
ดูดไขมัน (Liposuction) โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH Hospital เพื่อแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุด เป็นกระบวนการทางศัลยกรรมที่ต้องอาศัยความรอบคอบในการเลือกสถานพยาบาล เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคโนโลยีที่เหมาะสม และระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
ที่ ศูนย์ดูดไขมัน โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH มีการผสานเทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวแบบ X3 ได้แก่
Body-Jet (Water-Assisted Liposuction)
Inmode Ignite RF / BodyTite
Morpheus Burst8
ภายใต้แนวคิดเฉพาะของโรงพยาบาลดูแลโดย อาจารย์แพทย์ นพ.เชน ชัยชาญชีพ ว.51245


ยก – เก็บ – กระชับ แบบ All-in-One ที่ DCH Hospital
ในปัจจุบัน การดูดไขมันไม่ได้จบเพียงแค่การ “ลดปริมาณไขมันส่วนเกิน” เท่านั้น แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคือ ผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน หรือผลลัพธ์ที่ไม่กระชับอย่างที่คาดหวังศูนย์ดูดไขมัน โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH Hospital จึงพัฒนาแนวคิดการรักษาแบบองค์รวมภายใต้ชื่อ DCH Triple Combination X3
แนวทางการรักษาของศูนย์ดูดไขมัน DCH คือการประเมินและวางแผนแบบองค์รวม ไม่เพียงเน้นการขจัดไขมันส่วนเกิน แต่คำนึงถึงคุณภาพผิวและความกระชับหลังการรักษา
แนวคิด Triple Combination X3 ประกอบด้วย
1️⃣เก็บ (Fat Removal) – ดูดไขมันเฉพาะจุดอย่างเหมาะสม การ “เก็บ” คือการกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดอย่างมีการวางแผน โดยคำนึงถึงความสมดุลของสัดส่วน ไม่เน้นการเอาออกมากเกินความจำเป็น
2️⃣ยก (Lifting) – กระตุ้นการหดตัวของผิวและโครงสร้าง
หลังการขจัดไขมัน ปัจจัยสำคัญคือ “การยก” เพื่อช่วยให้ผิวและเนื้อเยื่อปรับตัว
การยกในแนวคิด X3 คือการใช้เทคโนโลยีช่วยกระตุ้นให้ผิวหดตัวอย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะผิวหย่อนคล้อยในบางกรณี
3️⃣กระชับ (Tightening) – เสริมการกระตุ้นคอลลาเจนหลายชั้นผิว
ขั้นตอน “กระชับ” เป็นการเสริมการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นในระยะฟื้นตัว การกระชับหลายระดับชั้นผิว
การวางแผนจะขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน คุณภาพผิว และสรีระของแต่ละบุคคล


Body Jet คือเทคโนโลยี Water-Assisted Liposuction (WAL) ใช้แรงดันน้ำที่ควบคุมได้ แยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่ออย่างอ่อนโยนจุดเด่น ลดแรงกระแทกต่อเนื้อเยื่อ ช่วยให้ไขมันถูกแยกตัวสม่ำเสมอ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้างในบางกรณี เหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็บไขมันเฉพาะจุด เช่น แขน หน้าท้อง ต้นขา หรือเหนียงขั้นตอนนี้คือ “การเก็บ” โครงสร้างให้ได้สัดส่วนพื้นฐานที่เหมาะสม


หลังการเก็บไขมัน เทคโนโลยี Ignite Quantum (RF Technology) จะเข้ามาเสริมในเรื่องการสลายไขมันส่วนเกินละเอียด กระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเกิดการกระชับทันทีบางส่วนระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ Real-time ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเหมาะกับบริเวณที่ต้องการความคมชัด เช่น เหนียง และกรอบหน้า รูปร่าง ขั้นตอนนี้คือ “การยก” และปรับรายละเอียดให้สัดส่วนดูคมขึ้น


Morpheus Burst8 เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ส่งพลังงานลงลึกผ่านเข็มขนาดเล็ก ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในหลายระดับทำงานลึกถึง 3 ชั้นผิวชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)ชั้นไขมันตื้นชั้นพังผืดบางส่วนผลลัพธ์ที่คาดหวังได้:ผิวแน่นขึ้นลดลักษณะหย่อนคล้อยในบางกรณีผิวเรียบเนียนมากขึ้นขั้นตอนนี้คือ “การกระชับ” เพื่อเสริมคุณภาพผิวให้สมบูรณ์
ในยุคที่การดูแลรูปร่างเป็นสิ่งสำคัญ หลายๆคนให้ตั้งคำถามว่าดูดไขมันที่ไหนดี เพราะศัลยกรรมดูดไขมันพร้อมกระชับผิวกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงรูปร่างให้ดูดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และสวยปลอดภัย อย่างที่โรงพยาบาลศัลยกรรม Dr.CHEN Surgery Hospital International Center ที่ได้นำเทคนิคเฉพาะทาง ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์และชำนาญการด้านการดูดไขมันความงาม พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ
ศัลยกรรมดูดไขมัน (Liposuction) คือกระบวนการกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด เช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก เพื่อปรับรูปร่างให้ดูสมส่วนและได้สัดส่วนที่เหมาะสม เทคนิคนี้ได้รับการพัฒนาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี VASER Lipo และ BodyTite ที่สามารถดูดไขมันได้อย่างละเอียด ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง และช่วยกระชับผิวหนังให้เรียบเนียน

การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในวงการศัลยกรรมเพื่อปรับรูปร่างและสัดส่วน แต่ยังมีความเข้าใจผิดว่าเป็นวิธีลดน้ำหนัก ซึ่งในความเป็นจริง จุดประสงค์ของการดูดไขมันมีเพื่อ “ลดไขมันและลดสัดส่วน” ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยตรง
หลังจากดูดไขมัน น้ำหนักตัวจะลดลงเพียง 1-5 กิโลกรัมเท่านั้น เนื่องจากไขมันมีมวลที่เบากว่ากล้ามเนื้อ เมื่อไขมันถูกดูดออกจึงไม่ส่งผลต่อน้ำหนักตัวมากนัก อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่สำคัญคือรูปร่างที่กระชับขึ้น และการปรับสัดส่วนให้ดูสมส่วน
ข้อมูลทางการแพทย์ : ไขมันมีความหนาแน่นต่ำเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อ ดังนั้นปริมาณไขมันที่ถูกดูดออกจะไม่สะท้อนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก แต่จะเห็นผลชัดเจนในด้านสัดส่วนและรูปร่างที่เปลี่ยนไป



ในกรณีที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาทั้งแพทย์ประจำตัวและแพทย์ดูดไขมันเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ เช่นกันกับผู้ที่มีเชื้อ HIV ที่อยู่ในกระบวนการรักษาแล้ว หากแพทย์ประเมินว่าดูดไขมันได้ จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ส่วนตัวเฉพาะเพิ่มเติม


การดูดไขมันเฉพาะจุดเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างและกำจัดไขมันสะสมที่ลดได้ยากด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร สามารถทำได้ในหลายบริเวณของร่างกาย โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละจุดตามลักษณะไขมันและความต้องการของผู้เข้ารับบริการ


ดูดไขมันหน้าท้อง คือ การทำศัลยกรรมเพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือดูดไขมันเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อดูดเอาไขมันออก ทำให้หน้าท้องเรียบแบนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าท้องยื่น หย่อนคล้อย หรือมีไขมันสะสมมากเกินไปที่ไม่สามารถลดได้ด้วยวิธีการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว
ดูดไขมันต้นขา เป็นจุดที่ลดไขมันได้ยากแม้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วก็ตาม ปัญหาสำหรับไขมันบริเวณต้นขา คือ ขาเบียด เวลาเดินแล้วผิวหนังเสียดสีกัน ทำให้เกิดความคล้ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย การดูไขมันขาจะช่วยให้ขาเรียวเล็กลงได้
ดูดไขมันต้นแขน เป็นจุดยอดนิยมในการดูดไขมัน เพราะเป็นส่วนที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนบนร่างกาย หากดูแลตัวเองไม่ดีพอ ไม่มีการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ต้นแขนก็อาจมีอาการหย่อนคล้อยได้ แต่การดูไขมันจะทำให้เรียวแขน ดูเล็กลง
ดูดไขมันสะโพก เป็นการดูดไขมันส่วนเกินบริเวณสะโพก มักเป็นที่นิยมสำหรับสาว ๆ ที่มีไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก เวลาใส่กางเกง เนื้อจะปลิ้น ดูไม่สวยงาม หากไม่ดูแลหุ่นอย่างสม่ำเสมอ สะโพกสามารถขยายออกไปได้อีกเรื่อยๆ ควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการดูดไขมัน
ดูดไขมันหน้า เป็นการศัลยกรรมที่มุ่งเน้นการปรับรูปร่างของใบหน้า โดยการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณต่างๆ เช่น ใต้คาง แก้ม และกราม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวและมีกรอบที่ชัดเจนมากขึ้น กระบวนการนี้ช่วยให้ใบหน้ามีสัดส่วนที่สมดุลและสวยงามยิ่งขึ้น
ดูดไขมันเหนียง เป็นการศัลยกรรมที่มุ่งเน้นการลดไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางและลำคอ ซึ่งช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนและใบหน้าดูเรียวขึ้น การทำดูดไขมันเหนียงจะใช้เครื่องมือดูดไขมันเพื่อแยกเซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนังและดูดออกมา
ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควรมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเป็นประจำ เลือกทำศัลยกรรมดูดไขมันที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ที่ DCH Hospital ที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ และปลอดภัยสูงสุด





Body-Jet คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังน้ำขจัดไขมันส่วนเกินอย่างนุ่มนวล การดูดไขมันเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในการแก้ไขปัญหาหุ่นที่ไม่กระชับ หรือไขมันส่วนเกินที่ไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหาร เทคโนโลยี Body-Jet กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทยด้วยหลักการทำงานที่ใช้พลังน้ำ (Water Jet) เพื่อขจัดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
หลักการทำงานของ Body-Jet ใช้เทคนิคการพ่นน้ำในลักษณะรูปพัด (Fan Shape) เพื่อแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมทั้งเส้นประสาทและเส้นเลือดให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด. เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การดูดไขมันทำได้อย่างนุ่มนวล โดยไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงจากการกระทบกระเทือน
ในขณะเดียวกัน การพ่นน้ำสามารถทำให้เซลล์ไขมันถูกดูดออกมาในขั้นตอนเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไขมันที่ได้จะมีคุณภาพสูงและสามารถนำไปปลูกถ่ายในบริเวณที่ต้องการได้ เช่น ใบหน้า มือ หน้าอก หรือสะโพก. การปลูกถ่ายไขมัน (Autologous Fat Transfer) ช่วยให้บริเวณที่ต้องการดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ, ไม่เป็นอันตรายและผลลัพธ์ที่ได้มีความยาวนาน
ใช้แรงดันน้ำในการฉีดพ่นน้ำอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล ซึ่งแตกต่างจากกรรมวิธีการดูดไขมันทั่วไปที่ใช้แรงดูดหรือเครื่องมือที่กระทบกระเทือนร่างกายมากกว่า. การใช้เทคโนโลยีนี้ทำให้เสียเลือดน้อยเพียง 1-2% และช่วยลดอาการบวมและความบอบช้ำของผิว, ทำให้แผลหายเร็วและไม่ต้องพักฟื้นนาน
แบบระบบปิดช่วยให้ไขมันที่ถูกดูดออกไม่สัมผัสกับอากาศภายนอก, ทำให้เซลล์ไขมันที่ได้มีอัตรารอดชีวิตสูงและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ. นอกจากนี้, ไม่จำเป็นต้องใช้สารละลายปริมาณสูงก่อนการดูดไขมัน, ทำให้ลดปัญหาการบวมจากสารละลายหลังการรักษาได้
ของร่างกาย เช่น ลำคอ, หน้าอก, เอว, สะโพก, ขา, แขน, และน่อง (ยกเว้นบริเวณแก้ม) โดยไม่ทำให้เกิดบวมช้ำหรือเจ็บระหว่างการทำ, และหลังการรักษาผิวหนังจะเรียบเนียนโดยไม่มีผิวเป็นคลื่น
เพื่อนำไปปลูกถ่ายหรือเติมเต็มส่วนต่างๆ ของร่างกาย, เช่น หน้าอกหรือสะโพก, เพื่อให้รูปร่างสมบูรณ์ และดูเป็นธรรมชาติ
โดยทั่วไปผู้รับบริการจะใช้เวลาการพักฟื้นน้อยมาก บางรายสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติในวันเดียวกัน การกลับคืนสู่สภาวะปกติของ แต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณของไขมันที่ถูกดูดออก รวมถึงบริเวณที่ทำด้วยเช่นกัน แต่ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีของ Body-Jet ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายน้อยมาก ดังนั้นจึงไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะใช้เวลาพักฟื้นเป็นเวลานานอย่างแน่นอน หลังจากดูดไขมันแล้วจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีว่ามีการเปลี่ยนแปลง แต่สัดส่วนจะชัดเจนเป็นรูปทรงมากขึ้นหลังจาก 1 เดือน ขึ้นไป


ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไขมันสะสมเฉพาะจุด หรือกรอบหน้าไม่ชัด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลปัญหาเหล่านี้โดยไม่ต้องผ่าตัด หนึ่งในนั้นคือ โปรแกรม Inmode Ignite RF เทคโนโลยีคลื่นพลังงานวิทยุ (Radiofrequency: RF) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระชับผิวและดูแลไขมันใต้ชั้นผิวในเครื่องเดียวแบบ All-in-One
ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH โปรแกรมนี้อยู่ภายใต้การดูแลและประเมินโดย
อาจารย์แพทย์ นพ.เชน ชัยชาญชีพ ว.51245
เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าหรือสรีระของแต่ละบุคคล
Inmode Ignite RF เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Energy)
ส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อ
ช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจน (Collagen Contraction)
ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis)
ให้ความร้อนในระดับที่เหมาะสมต่อเซลล์ไขมันใต้ผิว
การทำงานของ Ignite RF ถูกออกแบบให้สามารถดูแลได้ทั้ง
✔ ชั้นผิว (Skin tightening)
✔ ชั้นไขมันใต้ผิว (Subdermal fat)
✔ โครงสร้างผิวโดยรวม
จึงเรียกว่าเป็นนวัตกรรม RF แบบ All-in-One
ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
ผู้ที่มีไขมันสะสมใต้ผิวบางจุด เช่น เหนียง แก้มล่าง
ผู้ที่ยังไม่ต้องการผ่าตัดดึงหน้า
ผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็ว ไม่มีแผลผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม ต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อพิจารณาความเหมาะสม




โปรแกรม Inmode Ignite RF ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ(Radiofrequency – RF) ส่งเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง บางรายอาจพบปัญหาผิวหย่อนหลังทำ ลดไขมันและกระชับผิวได้ในขั้นตอนเดียว เซลล์ไขมันอ่อนตัวและดูดออกได้ง่าย คอลลาเจนเกิดการหดตัวทันที กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะต่อมา จึงช่วยลดโอกาสผิวหย่อนคล้อยในบางกรณี และไม่จำเป็นต้องแยกทำ “ดูดไขมัน” กับ “ยกกระชับผิว” คนละขั้นตอน
ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัย ของเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความร้อน ระบบโปรแกรม Inmode Ignite RF ตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบ Real-time ควบคุมพลังงานอัตโนมัติ ตัดการทำงานเมื่ออุณหภูมิเกินค่าที่กำหนด เมื่อดำเนินการใน โรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน ภายใต้แพทย์ผู้มีประสบการณ์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากความร้อนเกินได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับบางเทคโนโลยีรุ่นเก่า ระบบควบคุมพลังงานของ Inmode Ignite RF ถือว่ามีความแม่นยำสูงกว่า
เนื่องจากใช้หัวอุปกรณ์ขนาดเล็กผ่านแผลขนาดประมาณ 2–3 มิลลิเมตรข้อดีคือ แผลขนาดเล็กของร่างกาย เช่น ลำคอ, หน้าอก, เอว, สะโพก, ขา, แขน, และน่อง (ยกเว้นบริเวณแก้ม) โดยไม่ทำให้เกิดบวมช้ำหรือเจ็บระหว่างการทำ, และหลังการรักษาผิวหนังจะเรียบเนียนโดยไม่มีผิวเป็นคลื่น ทั้งนี้ระยะพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
การดูดไขมันแบบดั้งเดิมอาจลดไขมันได้ดี แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการหดตัวของผิวโดยตรง เทคโนโลยีกระชับผิว Inmode Ignite RF จึงอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 แนวทางนี้ เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเฉพาะจุด มีผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องการปรับรูปร่างโดยไม่ผ่าตัดใหญ่ เพื่อให้รูปร่างสมบูรณ์ และดูเป็นธรรมชาติ


เครื่องดูดไขมัน Bodytite นั้น เป็นเครื่องดูดไขมันที่ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ หรือ Radiofrequency ออกมา เพื่อช่วยในการสลายไขมัน ให้มีโมเลกุลที่เล็กลง มีความปลอดภัยที่สูง และใช้กันอย่างกว้างขวาง เพราะข้อได้เปรียบของคลื่น RF นี้ ยังมีส่วนช่วยในชั้นผิวหนังแท้ให้มีการสร้างคอลลาเจน
ทำให้เกิดผิวที่กระชับขึ้นอีกด้วย สามารถกำจัดไขมันได้หลายจุด เช่น ท้อง,สะโพก,ต้นขา,เข่า,ต้นแขน,คอ และหน้าอก เป็นต้น ด้วยเทคโนโลยีนี้เอง ทำให้ระบบหลอดเลือด ระบบเซลล์ประสาท และเนื้อเยื่อข้างเคียงเกิดความเสียหายน้อยลง ทำให้ได้ผลลัพธ์ในการดูดไขมันที่ดีที่สุด ได้รูปร่างออกมาสวยสมบูรณ์ในทุกสัดส่วน
สำหรับเครื่อง BodyTite Pro รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับหัว Handpiece ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน 3 แบบ โดย Handpiece ที่มีขนาดที่แตกต่างกันนี้เองที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย รวมถึงสลายไขมันส่วนเกินได้ดียิ่งขึ้น ซอกซอนได้แม้ในบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก และแพทย์สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับในแต่ละเคส ดังนี้


ตัวHandpiece จะมีหัว 2 หัว ทั้งด้านบนและล่าง ซึ่งหลักการทำงานของเครื่อง คือ ส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุแบบ Bipolar ไปยังหัวที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง ซึ่งพลังงานคลื่น RF จะสร้างความร้อน 40-60 องศาเซลเซียส โดยหัวด้านล่างที่ถูกสอดเข้าไปยังใต้ชั้นผิวหนังจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าหัวด้านบน จึงทำให้สามารถสลายไขมันได้ และยังสามารถปรับระดับความลึกตามความหนาของชั้นไขมันได้
BodyTite Pro ปล่อยพลังงานคลื่น RF ไปยังชั้นผิวที่หย่อนคล้อย ย้วยยาน ทำให้เกิดการเรียงตัวใหม่ และกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจน รวมถึงอิลาสติน นอกจากนี้ ความร้อนจากคลื่น RF จะไปทำให้เส้นใยและคอลลาเจนเกิดการหดตัวกระชับ ส่งผลให้ผิวที่เคยเหี่ยวย่น หย่อนย้วย กลับมาตึงกระชับเรียบเนียนยิ่งขึ้น
ด้วยความร้อนที่มีอุณหภูมิ 40-60 องศาเซลเซียส ที่มาจากคลื่น RF ซึ่งถูกส่งผ่านมายังเข็มปลายทู่ (หัวด้านล่าง) ที่ถูกสอดเข้าไปยังใต้ชั้นผิวหนัง จะไปช่วยสลายไขมันส่วนเกิน และช่วยให้เส้นใยที่ทำหน้าที่ยึดติดผิว (Fibro Septal Network : FSN) เกาะติดกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนนั้น ๆ ที่ทำการรักษามีขนาดเล็กลง
เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังจะยืดหยุ่นน้อยลง การดูดไขมันแบบเดิมจะยิ่งทำให้ผิวหนัง บริเวณที่ได้รับการดูดไขมันดูไม่เรียบเป็นก้อน มีผิวหนังหย่อนยาน หรือแตกลาย จึงเหมาะกับการ ดูดไขมัน Bodytite เนื่องจากคลื่น RF จะช่วยกระชับผิว
โอกาสที่ผิวหนังจะหย่อนยานยิ่งขึ้นหลังการดูดไขมันจะลดน้อยลง เมื่อเทียบกับการดูดไขมันแบบเดิม ดูดไขมัน Bodytite คือ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า อ่อนโยนกว่า และบอบช้ำน้อยกว่าอีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ อาการเจ็บปวด และฟกช้ำหลังการรักษาน้อยมาก


















การตัดสินใจดูดไขมันเพื่อแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดควรเริ่มจากการประเมินสุขภาพและลักษณะหน้าท้อง ผู้ที่สงสัยว่า หน้าท้องแบบไหนไม่ควรดูดไขมัน ควรพิจารณาปัจจัยเรื่องผิวหย่อน กล้ามเนื้อแยก และโรคประจำตัว ส่วนผู้ที่กำลังเปรียบเทียบ ดูดไขมันหน้าท้องและการผ่าตัดหน้าท้อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหาและความเสี่ยงของตนเอง
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH การทำโปรแกรม Inmode Ignite RF ร่วมการดูดไขมัน ยกระดับมาตรฐานโรงพยาบาลศัลยกรรมยุคใหม่อยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนโดย
นพ.เชน ชัยชาญชีพ ว.51245
อาจารย์แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมและการออกแบบโครงสร้างใบหน้า ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในบริบทของโรงพยาบาลศัลยกรรมทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบจริยธรรม และมาตรฐานของแพทยสภา
DCH Hospital โรงพยาบาลศัลยกรรมมาตรฐานสากลในยุคที่เทคโนโลยีความงามมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การประเมินรายบุคคลคือหัวใจสำคัญจะทำการประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว และโครงสร้างพื้นฐานก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล




การพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับความกังวล และความคาดหวังเกี่ยวกับความเจ็บปวดเป็นสิ่งสำคัญ แพทย์จะช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูดไขมัน ขั้นตอนการรักษา และการจัดการความเจ็บปวดได้อย่างเหมาะสมที่สุด อย่างที่โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH Hospital
การดูดไขมันไม่ใช่เพียงการขจัดไขมันส่วนเกิน แต่ยังเป็นการปรับรูปร่างและเพิ่มความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย, ทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ, และการบริการที่ใส่ใจ, โรงพยาบาลศัยยกรรม DCH Hospital จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มองหา สนใจดูดไขมันเฉพาะจุด ลดสักส่วน ปั้นหุ่นสวยปลอดภัย และผลลัพธ์ที่น่าพอใจ การดูแลทุกท่านอย่างใส่ใจ เราจึงเป็นที่ไว้วางใจของผู้รับบริการเสมอมา
ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
การ ศัลยกรรมดูดไขมัน เป็นการปรับสัดส่วนไขมันเฉพาะจุด ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักแทนการดูแลสุขภาพ แพทย์ต้องประเมินตำแหน่งไขมัน คุณภาพผิว ความหย่อน สุขภาพ และขอบเขตที่ทำได้อย่างปลอดภัย
หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือเหนียงมีลักษณะไขมันและผิวต่างกัน ผู้ที่สนใจ ดูดไขมันหน้าท้อง ควรแยกไขมันออกจากหนังและกล้ามเนื้อหย่อน
หากผิวยืดหยุ่นน้อย การเอาไขมันออกมากไม่ได้แปลว่าผิวจะกระชับตามเสมอ ควรถามเรื่องความเรียบ สมมาตร และข้อจำกัดของผิว
แจ้งโรคประจำตัว ยา อาหารเสริม การสูบบุหรี่ และประวัติลิ่มเลือด ขอบเขตหลายตำแหน่งต้องประเมินเวลา ปริมาณสารน้ำ และความปลอดภัยโดยรวม
แพทย์จะกำหนดการเคลื่อนไหว การดูแลแผล และการใช้ ชุดกระชับหลังดูดไขมัน ให้เหมาะกับแต่ละราย
ความเสี่ยงอาจรวมถึงเลือดออก ติดเชื้อ ของเหลวคั่ง ผิวเป็นคลื่นหรือไม่เท่ากัน ชา ผิวเปลี่ยนสี แผลหายช้า ภาวะจากสารน้ำ ลิ่มเลือด ไขมันอุดตัน และการแก้ไขเพิ่มเติม ความเสี่ยงขึ้นกับสุขภาพ พื้นที่ และปริมาณที่รักษา
แหล่งข้อมูล: ASPS: Liposuction Safety และ ASPS: Liposuction Procedure ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์
การดูดไขมันเป็นหัตถการที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวดระหว่างและหลังการรักษา. อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, ความเจ็บปวดสามารถลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เมื่อผลของยาสลบหรือยาชาหมดลง ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน ระดับความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
โดยทั่วไป ความเจ็บปวดมักจะอยู่ในระดับที่จัดการได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง


การเตรียมตัวก่อนการดูดไขมันนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาตรงตามที่คาดหวังมากที่สุด


ข้อควรระวัง และวิธีการดูแลหลังผ่าตัด การดูแลหลังการดูดไขมันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดอาการบวมช้ำ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การติดเชื้อ หรือการเกิดรอยแผลเป็นที่ไม่สวยงาม


ดูดไขมันกรอบหน้า — 50,000.-
ดูดไขมันเหนียง — 50,000.-
ดูดไขมันนมน้อย — 49,900.-
ดูดไขมันแขนบน — 49,900.-
ดูดไขมันแขนใน — 49,900.-
ดูดไขมันหน้าท้องบน — 59,900.-
ดูดไขมันเอวเอส — 59,900.-
ดูดไขมันหน้าท้องล่าง — 59,900.-
ดูดไขมันต้นขา — 59,900.-
ดูดไขมันขาใน — 59,900.-
ดูดไขมันขานอก — 59,900.-

