ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องที่ไม่ลดลงแม้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว เป็นปัญหาที่หลายคนกังวล การ ดูดไขมันหน้าท้อง (Abdominal Liposuction) เป็นการผ่าตัดเพื่อนำไขมันใต้ผิวหนังส่วนเกินออก ช่วยปรับสัดส่วนหน้าท้องและเอวให้กระชับขึ้น แต่ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก และไม่เหมาะกับทุกปัญหาของหน้าท้อง แพทย์จึงต้องประเมินก่อนเสมอ โดยดูทั้งปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว และกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน
ดูดไขมันหน้าท้อง คืออะไร และเหมาะกับใคร
วิธีนี้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดสัดส่วนเฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะดูดไขมันในชั้นใต้ผิวหนังที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำได้ทั้งหน้าท้องส่วนบนและส่วนล่าง และฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดหน้าท้อง
- มีไขมันสะสมเฉพาะส่วน แม้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วก็ยังไม่ลด
- น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง
- ผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นดี
- สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง และเข้าใจว่าการดูดไขมันเป็นการปรับรูปร่าง ไม่ใช่การลดน้ำหนัก
ดูดไขมันหน้าท้อง เอาไขมันชั้นไหนออกได้บ้าง
ไขมันบริเวณท้องมี 2 ชั้นหลัก การดูดไขมันช่วยได้เฉพาะชั้นใต้ผิวหนังเท่านั้น จึงควรรู้ก่อนว่า ไขมันหน้าท้อง ของเราเป็นแบบไหน
ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat)
อยู่ชั้นตื้นใต้ผิวหนัง จับหรือบีบได้ชัด เป็นไขมันที่แพทย์ดูดออกได้ และเป็นส่วนที่ทำให้หน้าท้องดูแบนราบขึ้นหลังทำ
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)
อยู่ลึกรอบอวัยวะภายใน เช่น ตับและลำไส้ การดูดไขมันเอาออกไม่ได้ ต้องลดด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพ
หน้าท้องแบบไหน ไม่ควรดูดไขมัน


1. ผิวหนังหน้าท้องหย่อนยานมาก
ถ้าปัญหาหลักคือผิวหย่อน เช่น หลังลดน้ำหนักมากหรือหลังคลอดหลายครั้ง การดูดไขมันอย่างเดียวอาจทำให้ผิวหย่อนมากขึ้น แพทย์อาจแนะนำการตัดหนังหน้าท้องแทน
2. กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti)
พบบ่อยในคุณแม่หลังคลอด สาเหตุมาจากโครงสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมัน การดูดไขมันจึงแก้ไม่ได้ ต้องผ่าตัดซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย
3. มีพังผืดหรือเคยผ่าตัดใหญ่ในช่องท้อง
ผู้ที่เคยผ่าตัดในช่องท้องหรือมีพังผืดมาก อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของอวัยวะและเส้นเลือด จึงอาจไม่เหมาะกับการดูดไขมัน
4. มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้
เช่น โรคหัวใจ เบาหวานหรือความดันโลหิตที่ยังไม่คงที่ หรือภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ อาจไม่เหมาะกับหัตถการที่ต้องใช้ยาระงับความรู้สึก
เทคนิคดูดไขมันที่ DCH Hospital ใช้มีอะไรบ้าง
ศูนย์ดูดไขมันของ DCH Hospital ใช้แนวทาง DCH Triple Combination X3 ซึ่งผสานการดูดไขมันเข้ากับเทคโนโลยีกระชับผิว ดูแลโดย นพ.เชน ชัยชาญชีพ (ว.51245) ระหว่างทำผู้รับบริการได้รับยานอนหลับ แพทย์จะวางแผนตามปริมาณไขมัน คุณภาพผิว และสรีระของแต่ละคน ดูรายละเอียดเทคนิคทั้งหมดได้ที่หน้า ศัลยกรรมดูดไขมัน
1. Body-Jet (Water-Assisted Liposuction)
ใช้แรงน้ำช่วยแยกเซลล์ไขมันก่อนดูดออก เน้นความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อ เหมาะกับการเก็บไขมันเฉพาะจุดอย่างหน้าท้องบนและล่าง
2. Inmode Ignite RF / BodyTite
ใช้พลังงานคลื่นวิทยุช่วยสลายไขมันส่วนที่เหลือและกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อช่วยให้ผิวหน้าท้องกระชับขึ้นหลังเก็บไขมัน
3. Morpheus Burst8
กระตุ้นคอลลาเจนหลายระดับชั้นผิว เสริมความแน่นของผิวในระยะฟื้นตัว โดยแพทย์จะเลือกใช้ตามสภาพผิวของแต่ละคน
ดูดไขมันหน้าท้อง กับ ตัดหนังหน้าท้อง ต่างกันอย่างไร


ทั้งสองวิธีช่วยให้หน้าท้องดูแบนราบขึ้น แต่แก้ปัญหาคนละแบบ ถ้าปัญหาคือผิวหนังส่วนเกินหรือกล้ามเนื้อยืด ควรพิจารณา ตัดหนังหน้าท้อง แทนการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว
| หัวข้อ | ดูดไขมันหน้าท้อง | ตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) |
|---|---|---|
| แก้ปัญหาอะไร | ไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด | ไขมัน ผิวหนังส่วนเกิน และกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ยืด |
| เหมาะกับ | น้ำหนักใกล้เกณฑ์ ผิวยังยืดหยุ่นดี | ผิวหย่อนหลังลดน้ำหนักหรือหลังคลอด มีท้องลาย |
| ขนาดการผ่าตัด | แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ | เป็นการผ่าตัดใหญ่ |
| การพักฟื้น | ฟื้นตัวเร็วกว่า | ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า |
| ข้อจำกัด | แก้ผิวหย่อนหรือกล้ามเนื้อแยกไม่ได้ ถ้าดูดปริมาณมากผิวอาจเป็นคลื่น | มีแผลเป็นแนวยาวบริเวณท้องน้อย |
ดูดไขมันหน้าท้อง ราคาเท่าไหร่
โปรแกรมดูดไขมันหน้าท้องบนและล่าง ราคาโปรโมชันเริ่มต้น 69,000 บาท หรือเลือกดูดเฉพาะตำแหน่งตามราคาต่อจุดด้านล่าง
| ตำแหน่ง | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| หน้าท้องบน + ล่าง (โปรโมชัน) | 69,000 บาท |
| หน้าท้องบน | 59,900 บาท |
| หน้าท้องล่าง | 59,900 บาท |
| เอวเอส | 59,900 บาท |
ราคาจริงขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน จำนวนตำแหน่ง และการประเมินของแพทย์ ราคาโปรโมชันอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามเงื่อนไขล่าสุดทาง LINE


ดูดไขมันร่วมกับตัดหนังหน้าท้องได้ไหม
ในบางเคสแพทย์อาจแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างร่วมกัน คือดูดไขมันส่วนเกินออกก่อน แล้วผ่าตัดเพื่อกระชับผิวหนังให้เรียบเนียนขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน สภาพผิว และสุขภาพของแต่ละคน ซึ่งต้องประเมินโดยแพทย์
หลังดูดไขมันหน้าท้อง เห็นผลเมื่อไหร่
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักเกิดขึ้น |
|---|---|
| ไม่กี่วันแรก | มีอาการตึง บวม หรือปวดได้ ควบคุมด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในไม่กี่วัน |
| 1–2 สัปดาห์ | อาการบวมและรอยช้ำค่อย ๆ ลดลง เริ่มเห็นสัดส่วนหน้าท้องเปลี่ยน ควรใส่ชุดกระชับและงดกิจกรรมหนักตามคำแนะนำ |
| ประมาณ 1 เดือน | รูปร่างชัดขึ้น หน้าท้องดูแบนราบกว่าเดิม |
| หลังจากนั้น | รูปร่างค่อย ๆ เข้าที่มากขึ้น ผลลัพธ์ระยะยาวขึ้นกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย |
ดูแลตัวเองหลังดูดไขมันหน้าท้อง
หลังทำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องแผล การใส่ชุดกระชับ และวันนัดติดตามผล เมื่อหายดีแล้วการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไขมันสะสมใหม่ และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องดูดไขมันหน้าท้อง
ดูดไขมันหน้าท้องเจ็บไหม?
ระหว่างทำผู้รับบริการได้รับยานอนหลับจึงไม่รู้สึกเจ็บ หลังยาหมดฤทธิ์อาจมีอาการตึงหรือปวด ซึ่งมักควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับขนาดบริเวณที่ทำและแต่ละบุคคล
ดูดไขมันหน้าท้องพักฟื้นกี่วัน?
ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในไม่กี่วัน อาการบวมและช้ำมักลดลงใน 1–2 สัปดาห์ และควรใส่ชุดกระชับกับงดกิจกรรมหนักตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
ดูดไขมันแล้วน้ำหนักลดไหม?
การดูดไขมันช่วยลดสัดส่วนมากกว่าตัวเลขบนเครื่องชั่ง เพราะเป็นการเอาไขมันเฉพาะจุดออก ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก จึงเหมาะกับคนที่น้ำหนักใกล้เกณฑ์แต่มีไขมันสะสมที่ลดยาก
ดูดไขมันแล้วไขมันจะกลับมาไหม?
ผลลัพธ์อยู่ได้ดีหากควบคุมอาหารและออกกำลังกายต่อเนื่อง แต่ถ้ากลับไปใช้พฤติกรรมเดิม ไขมันอาจสะสมเพิ่มในส่วนอื่นของร่างกายได้
ปรึกษาแพทย์ก่อนดูดไขมันที่ DCH Hospital
แพทย์จะตรวจประเมินโครงสร้างหน้าท้องและสุขภาพโดยรวมก่อนเสมอ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันหรือการตัดหนังหน้าท้อง ส่งรูปเพื่อประเมินเบื้องต้นได้ทาง LINE หรือโทร 02-103-1723

