ฉีด Radiesse ที่ DCH Hospital ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน โดยแพทย์ประเมินเฉพาะบุคคล
ฉีด Radiesse ที่ DCH Hospital ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน

Radiesse+ คือฟิลเลอร์ CaHA ที่ช่วยเติมเต็มโครงสร้างใบหน้า และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้า ฟื้นฟูความกระชับ หรือดูแลบริเวณที่สูญเสียปริมาตร โดยแพทย์ประเมินและออกแบบแผนเฉพาะบุคคล

หรือนัดหมายโดยตรง โทร 02 103 1723

Radiesse+ คืออะไร ทำงานอย่างไร

ฉีด Radiesse+ เป็นหัตถการฉีดฟิลเลอร์กลุ่ม Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นสารที่ถูกพัฒนาในรูปแบบไมโครสเฟียร์แขวนลอยอยู่ในเจลนำพา เพื่อช่วยเติมเต็มและเสริมโครงสร้างในบริเวณที่เหมาะสม

จุดเด่นของ Radiesse+ คือการทำงาน 2 ระดับ ทั้งการเติมเต็มโครงสร้างในช่วงแรก และการช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายในระยะยาว จึงเหมาะกับบริเวณที่ต้องการความกระชับและโครงสร้างมากกว่าการเติมเต็มแบบผิวเผิน

Radiesse+ มีสูตรที่ผสม Lidocaine เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ Radiesse+ ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะตำแหน่ง ชั้นผิว และปริมาณที่ใช้มีผลต่อความเหมาะสมของผลลัพธ์

เติมเต็มทันที

เจลนำพาช่วยให้บริเวณที่ฉีดดูเต็มและมีโครงสร้างขึ้นหลังทำ

กระตุ้นคอลลาเจน

CaHA microsphere ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว

Radiesse Calcium Hydroxylapatite ฟิลเลอร์เสริมโครงสร้างและกระตุ้นคอลลาเจน

Radiesse+ ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปอย่างไร

ฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้ตามโครงสร้างใบหน้า ชั้นผิว บริเวณที่ต้องการดูแล และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

Radiesse+ (CaHA)HA Filler
ส่วนประกอบหลักCalcium Hydroxylapatite หรือ CaHAHyaluronic Acid หรือ HA
การทำงาน เติมเต็ม + กระตุ้นคอลลาเจน ในระยะยาวเติมเต็ม เพิ่มปริมาตร และช่วยอุ้มน้ำในบริเวณที่ฉีด
ลักษณะผลลัพธ์เหมาะกับการเสริมโครงสร้าง ความกระชับ และบริเวณที่ต้องการชั้นลึกเหมาะกับการเติมเต็ม ปรับรูปทรง และบริเวณที่ต้องการความละเอียด
ระยะเวลาโดยประมาณประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและแต่ละบุคคลประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และแต่ละบุคคล
การละลาย ไม่มียาละลาย ต้องรอให้สลายตามธรรมชาติสามารถละลายได้ด้วย Hyaluronidase ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม
บริเวณที่นิยมแก้ม ขมับ กรอบหน้า คาง หน้าผาก หลังมือใต้ตา ปาก แก้ม คาง ขมับ ร่องลึก และบริเวณอื่นตามชนิดของฟิลเลอร์
หมายเหตุ: Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือนฟิลเลอร์ HA จึงควรได้รับการประเมิน วางแผนจุดฉีด ชั้นผิว และปริมาณที่ใช้โดยแพทย์อย่างรอบคอบก่อนทำทุกครั้ง

การฉีด Radiesse+ เหมาะกับใคร

Radiesse+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมโครงสร้าง ฟื้นฟูความกระชับ หรือดูแลบริเวณที่สูญเสียปริมาตรในระดับลึก ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง

ต้องการความกระชับในระยะยาว

เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาจากการกระตุ้นคอลลาเจน ควบคู่กับการเติมเต็มโครงสร้างในช่วงแรก

มีร่องลึกหรือสูญเสียปริมาตร

เหมาะกับผู้ที่มีร่องลึก ขมับตอบ แก้มยุบ หรือโครงสร้างใบหน้าบางบริเวณที่เปลี่ยนไปตามวัย

ต้องการฟื้นฟูบริเวณหลังมือ

เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าหลังมือดูบาง เส้นเอ็นหรือเส้นเลือดดูชัด และต้องการให้มือดูอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เคยฉีด HA Filler และอยากได้ตัวเลือกเพิ่มเติม

เหมาะกับผู้ที่ต้องการประเมินทางเลือกอื่นนอกจาก HA Filler โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้เดี่ยวหรือใช้ร่วมกันตามความเหมาะสม

บริเวณที่นิยมฉีด Radiesse แก้ม คาง กรอบหน้า หลังมือ DCH Hospital

บริเวณที่นิยมฉีด Radiesse+

Radiesse+ เหมาะกับบริเวณที่ต้องการโครงสร้างและความกระชับในระดับลึก แพทย์จะประเมินว่าแต่ละจุดเหมาะกับ Radiesse+ หรือควรใช้ร่วมกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นเพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุล

แก้มและขมับ

ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบหรือสูญเสียปริมาตร และช่วยพยุงโครงสร้างใบหน้าโดยรวม

ร่องแก้ม

เหมาะกับร่องลึกบางประเภทที่ต้องประเมินร่วมกับโครงสร้างแก้มและชั้นผิว

กรอบหน้าและขากรรไกร

ช่วยเสริมความคมชัดของโครงสร้างส่วนล่างของใบหน้าในเคสที่เหมาะสม

คาง

ช่วยปรับสัดส่วนคางให้สมดุลกับใบหน้า โดยต้องประเมินรูปหน้าและแนวกระดูกก่อนทำ

หน้าผาก

เหมาะกับบางเคสที่ต้องการปรับความเรียบหรือเติมเต็มบริเวณที่ไม่สม่ำเสมอ

หลังมือ

ช่วยฟื้นฟูหลังมือที่ดูบาง เส้นเอ็นหรือเส้นเลือดดูเด่น ให้มือดูอิ่มขึ้น

แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และชั้นไขมันก่อนเลือกบริเวณที่เหมาะสม เนื่องจาก Radiesse+ ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับทุกจุดบนใบหน้า

ทำไมต้องฉีด Radiesse+ ที่ DCH Hospital

เพราะ Radiesse+ เป็นฟิลเลอร์ที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่ง ชั้นผิว และปริมาณที่ใช้ แพทย์จึงต้องประเมินโครงสร้างก่อนฉีดทุกครั้ง

01

ประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนทุกครั้ง

แพทย์จะวิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า จุดที่สูญเสียปริมาตร ชั้นผิว และบริเวณที่เหมาะสมก่อนวางแผนการฉีด

02

ออกแบบแผนเฉพาะบุคคล

แต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายต่างกัน แพทย์จึงกำหนดจุดฉีด ปริมาณ และเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

03

วางแผนร่วมกับ HA Filler ได้ถ้าเหมาะสม

ในบางเคส แพทย์อาจพิจารณาใช้ Radiesse+ ร่วมกับฟิลเลอร์ HA ในคนละบริเวณ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ

04

ดูแลภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาล

หัตถการดำเนินการในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีทีมแพทย์และทีมดูแลให้คำแนะนำก่อนและหลังทำอย่างชัดเจน

05

วางแผนรอบคอบ เพราะ Radiesse+ ไม่มียาละลาย

Radiesse+ ต่างจาก HA Filler ตรงที่ไม่มียาละลาย จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนโดยแพทย์อย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนฉีด เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการฉีด Radiesse+ ที่ DCH Hospital

1

ขั้นตอนที่ 1

ปรึกษาและประเมินโดยแพทย์

แพทย์ซักประวัติสุขภาพ วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า และประเมินว่า Radiesse+ เหมาะกับบริเวณที่ต้องการดูแลหรือไม่

2

ขั้นตอนที่ 2

วางแผนจุดฉีดและปริมาณที่ใช้

แพทย์กำหนดตำแหน่ง ชั้นผิว ปริมาณ Radiesse+ และพิจารณาว่าควรใช้ร่วมกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นหรือไม่

3

ขั้นตอนที่ 3

เตรียมผิวก่อนฉีด

ทำความสะอาดผิว ทำเครื่องหมายบริเวณที่ฉีด และอาจทายาชาเฉพาะจุดตามความเหมาะสม

4

ขั้นตอนที่ 4

ฉีด Radiesse+ โดยแพทย์

แพทย์ฉีดตามแผนที่วางไว้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของชั้นผิว โครงสร้าง และความปลอดภัยของแต่ละบุคคล

5

ขั้นตอนที่ 5

แนะนำการดูแลและติดตามผล

ทีมดูแลให้คำแนะนำหลังทำ และนัดติดตามผลตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงและการตอบสนองของร่างกาย

การดูแลตัวเองหลังฉีด Radiesse+

หลังฉีด Radiesse+ อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดได้ในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามการตอบสนองของร่างกาย

Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือน HA Filler จึงควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือปรับเองบริเวณที่ฉีด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือจับแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือแดดจัดในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใน 24–48 ชั่วโมงแรก
  • เลี่ยงการทำหัตถการอื่นบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก หากยังไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลและประเมินการเปลี่ยนแปลง
  • ติดต่อโรงพยาบาลหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมผิดปกติ หรือผิวเปลี่ยนสีชัดเจน

ไม่แน่ใจว่า Radiesse+ เหมาะกับคุณไหม?

ส่งรูปให้ทีมแพทย์ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ฟรี พร้อมแนะนำว่าควรใช้ Radiesse+ หรือฟิลเลอร์ชนิดอื่นตามโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse+

HA Filler เน้นการเติมเต็มและช่วยอุ้มน้ำ สามารถละลายได้ด้วยยา Hyaluronidase ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม ส่วน Radiesse+ เป็นฟิลเลอร์ CaHA ที่ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน แต่ไม่มียาละลาย แพทย์จึงต้องประเมินความเหมาะสมก่อนทำทุกครั้ง

ความรู้สึกขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและความไวของแต่ละบุคคล โดย Radiesse+ มีสูตรผสม Lidocaine และแพทย์อาจใช้ยาชาเฉพาะจุดเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ

โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การตอบสนองของร่างกาย และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือน HA Filler จึงต้องรอให้ร่างกายสลายตามธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้การประเมินและวางแผนโดยแพทย์จึงสำคัญมาก แพทย์จะอธิบายตำแหน่ง ปริมาณ และความคาดหวังที่เหมาะสมก่อนเริ่มหัตถการทุกครั้ง

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีด ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง

Radiesse+ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แพทย์ใช้ดูแลบริเวณหลังมือในบางเคส เช่น มือดูบาง เส้นเอ็นหรือเส้นเลือดดูชัด ทั้งนี้ต้องประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมก่อนทำ

โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว แต่อาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำในช่วงแรก ควรหลีกเลี่ยงการกดนวด ความร้อนสูง และการออกกำลังกายหนักตามคำแนะนำของแพทย์

ผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse+ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด เทคนิคที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล Radiesse+ ไม่มียาละลายเหมือน HA Filler จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนโดยแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับบริการทุกครั้ง