แก้จมูก

"เจ็บมาพอกับคำว่าพัง... ให้ปัญหางานแก้จมูก จบลงที่นี่"

แก้จมูก เป็นการศัลยกรรมจมูกที่ต้องอาศัยการวางแผนละเอียดกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก เพราะแต่ละเคสอาจมีปัญหาโครงสร้างเดิมที่แตกต่างกัน เช่น ซิลิโคนเอียง ปลายจมูกบาง จมูกเบี้ยว ทรงไม่เข้ากับใบหน้า หรือเคยผ่านการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง การแก้จมูกจึงไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ “อยากได้ทรงใหม่” แต่ต้องประเมินโครงสร้างเดิม เนื้อเยื่อภายใน และความเหมาะสมของเทคนิคอย่างรอบคอบ

ที่ DCH Hospital การแก้จมูกให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนผ่าตัด โดยใช้ CT Scan เพื่อตรวจเช็กโครงสร้างเชิงลึก ร่วมกับ 3D Scan เพื่อจำลองทรงจมูกก่อนทำ ช่วยให้แพทย์วางแผนได้ละเอียดขึ้น และช่วยให้ผู้เข้ารับบริการเห็นภาพเบื้องต้นว่าทรงใหม่จะเข้ากับใบหน้าจริงหรือไม่ ลดความกังวลก่อนตัดสินใจ และช่วยให้การสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้เข้ารับบริการชัดเจนยิ่งขึ้น

DCH Nose Surgery

เสริมจมูก / แก้จมูก DCH สำหรับคนที่อยากได้ทรงจมูกที่เข้ากับใบหน้าจริง

หน้านี้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสริมจมูกและแก้จมูก เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาทรงจมูกที่สวยขึ้น แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ พร้อมให้ทีมงานช่วยประเมินแนวทางเบื้องต้นก่อนเข้าปรึกษาแพทย์

เริ่มสังเกตตัวเองก่อนตัดสินใจทำจมูก

อยากให้จมูกมีมิติขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าเหมาะกับทรงไหน?
เคยทำจมูกมาแล้ว แต่รู้สึกว่าทรงยังไม่เข้ากับหน้า?
มีปัญหาจมูกเอียง ปลายบาง รูจมูกไม่เท่ากัน หรืออยากให้แพทย์ช่วยประเมิน?

ปรึกษาและประเมินเคสง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน

1

ส่งรูป / แจ้งปัญหา

ส่งรูปหน้าตรง ด้านข้าง และมุมที่กังวล เพื่อให้ทีมงานช่วยดูปัญหาเบื้องต้น

2

ประเมินแนวทาง

ทีมงานช่วยแนะนำเบื้องต้นว่าเหมาะกับเสริมใหม่ แก้จมูก หรือควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติม

3

นัดปรึกษาแพทย์

เข้าพบแพทย์เพื่อวางแผนทรงจมูก เทคนิคที่เหมาะสม และประเมินรายละเอียดของเคสจริง

สนใจเสริมจมูกหรือแก้จมูก ให้ทีมงานช่วยประเมินก่อนได้เลย

ทำไมการแก้จมูกต้องวางแผนละเอียดกว่าการเสริมครั้งแรก?

การเสริมจมูกครั้งแรกมักเริ่มจากโครงสร้างเดิมที่ยังไม่เคยผ่านการผ่าตัด แต่การแก้จมูกเป็นการทำงานบนโครงสร้างที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว อาจมีพังผืด เนื้อเยื่อบางลง หรือโครงสร้างบางส่วนถูกปรับไปก่อนหน้านี้ ทำให้การผ่าตัดมีรายละเอียดมากขึ้น

ดังนั้น การแก้จมูกจึงต้องประเมินหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • โครงสร้างกระดูกและกระดูกอ่อนเดิม
  • สภาพผิวและความหนาของเนื้อจมูก
  • ตำแหน่งวัสดุเดิม
    พังผืดและเนื้อเยื่อภายใน
  • ความสมดุลของสันจมูก ปลายจมูก และฐานจมูก
  • ความสัมพันธ์ของจมูกกับหน้าผาก ปาก คาง และรูปหน้าโดยรวม
  • ประวัติการผ่าตัดเดิมและวัสดุที่เคยใช้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณควร "แก้จมูก"

จมูกเบี้ยว เอียง ซิลิโคนลอย ไม่เกาะฐานกระดูก

หากคุณมีอาการหรือลักษณะดังต่อไปนี้หลังจากการเสริมจมูก ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการประเมินและแก้ไข

  • ทรงจมูกไม่สวย ไม่รับกับใบหน้า: ดูแข็งเกินไป เป็นแท่ง หรือปลายจมูกงุ้มตก
  • แกนจมูกเบี้ยว เอียง: ซิลิโคนเคลื่อนที่ ไม่ได้อยู่กึ่งกลางใบหน้า
  • ปลายจมูกบาง เสี่ยงทะลุ: ผิวหนังบริเวณปลายจมูกบางใสจนเห็นซิลิโคน มีอาการแดง หรือเจ็บเสียว
  • มีพังผืดเกาะรัด (Capsular Contracture): จมูกรั้งเชิดขึ้นผิดปกติ แข็งตึง หรือดูเสียทรง

ทำไมงานแก้จมูก ถึงควรใช้เทคนิคแบบ "เปิดโครงสร้าง (Open)" ?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเคสแก้จมูกที่มีปัญหาซับซ้อน แพทย์จึงมักแนะนำให้แก้ด้วยเทคนิคแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)?

เหตุผลสำคัญคือ เมื่อดูจากภายนอก เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า โครงสร้างจมูกด้านในได้รับความเสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในเคสที่เคยเสริมจมูกด้วยเทคนิคโอเพ่นมาก่อน ซึ่งโครงสร้างกระดูกอ่อนด้านในได้ถูกปรับเปลี่ยนรูปทรงไปแล้ว

ดังนั้น การจะแก้ไขปัญหาให้หายขาดและปลอดภัยที่สุด จึงจำเป็นต้องเปิดโครงสร้างจมูกทั้งหมด (Open) เพื่อให้แพทย์สามารถ

1.มองเห็นปัญหาที่แท้จริง: เข้าไปเคลียร์พังผืดที่เกาะรัด ซิลิโคนที่ผิดตำแหน่ง หรือโครงสร้างที่พังทลายได้อย่างชัดเจน

2.ซ่อมแซมและปรับโครงสร้างใหม่: สามารถจัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ ยืดความยาว หรือตั้งเสาจมูกใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม

3.ออกแบบทรงให้สวยรับกับใบหน้า: เมื่อโครงสร้างภายในแข็งแรง แพทย์จะสามารถปรับแต่งทรงจมูกภายนอกให้สวยงาม ละมุน และไร้ปัญหาในระยะยาว

 

 

ลักษณะการเปิดแผลจมูกของการทำจมูก open

เสริมจมูกเทคนิค Open (เปิดฐานจมูก)

เหมาะกับ:

ข้อดี:

ข้อจำกัด:

ที่ DCH เราออกแบบก่อนทำด้วยโปรแกรมสแกนใบหน้า 3 มิติ

สวยหล่อ แบบไม่ต้องเดา ที่ DCH ทุกเคส ทำจมูก เราใช้ 3D Scan ใบหน้าแบบละเอียด เพื่อออกแบบและวางแผนทรงจมูกร่วมกับคุณหมอแบบเรียลไทม์ คุณจะได้เห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าก่อนการผ่าตัดจริง ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และมั่นใจได้ว่าทรงจมูกที่เลือกเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล

line icon

เพิ่มเพื่อนตอนนี้

คือการเสริมจมูกแบบเปิดโครงสร้าง เหมาะกับเคสที่ต้องการปรับรายละเอียดหลายจุด เช่น ปลายจมูก สันจมูก แกนจมูก หรือเคสแก้จมูก

เหมาะกับเคสแก้จมูก เคสจมูกสั้น เนื้อน้อย ปลายบาง หรือเคสที่ต้องการเสริมโครงสร้างจมูกให้แข็งแรงขึ้น

โดยทั่วไปควรรอให้จมูกเข้าที่และเนื้อเยื่อฟื้นตัวก่อน แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น แดง บาง เจ็บ หรือเสี่ยงทะลุ ควรรีบให้แพทย์ประเมิน

สามารถประเมินเพื่อแก้ไขได้ โดยต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากซิลิโคนเดิม ฐานจมูก กระดูก หรือโครงสร้างภายใน

ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างจมูกและใบหน้าชัดขึ้น เหมาะมากกับเคสแก้จมูกหรือเคสที่ต้องการออกแบบทรงอย่างละเอียด

เรฟใช้เป็นแนวทางได้ แต่ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับพื้นฐานจมูกของแต่ละคน แพทย์จะช่วยปรับทรงให้เหมาะกับใบหน้ามากที่สุด

ส่วนใหญ่อาการบวมชัดในช่วง 3–7 วันแรก และค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ทรงจะเริ่มชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–4 สัปดาห์

ควรนอนยกศีรษะสูง งดจับหรือกระแทกจมูก หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นบวม และมาติดตามอาการตามนัดแพทย์

โดยมากเคสแก้จมูกจะซับซ้อนกว่า เพราะอาจมีพังผืด ซิลิโคนเดิม หรือเนื้อเยื่อบาง จึงควรให้แพทย์ประเมินละเอียดก่อนผ่าตัด

ทำได้บางระดับ แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับเนื้อจมูก เพื่อช่วยลดความตึงและความเสี่ยงในระยะยาว

ราคาขึ้นอยู่กับเทคนิค วัสดุ และความซับซ้อนของแต่ละเคส แนะนำให้ประเมินกับแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

เรารวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า พร้อมคำตอบแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

รูปหมอ 03

นพ. เชน ชัยชาญชีพ

ว.51245

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์กับ DCH Hospital
1

แอดไลน์เพื่อลงทะเบียน

เพียงแค่แอดไลน์ของโรงพยาบาล จากนั้นทักหาเจ้าหน้าที่
เพื่อแจ้งความต้องการรับคำปรึกษาออนไลน์

2

ส่งภาพเพื่อประเมิน

ก่อนการปรึกษาจะมีการขอภาพถ่าย ใบหน้า
หรือส่วนที่ต้องการทำ เพื่อให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้น

3

เข้าพบปรึกษาแพทย์ออนไลน์

เมื่อถึงวันและเวลาที่ทำการนัดหมาย
แพทย์จะพูดคุยประเมินแบบตัวต่อตัวผ่านระบบออนไลน์

line icon

ปรึกษาคุณหมอ DCH