ดึงหน้า

การ ดึงหน้าตึงX3 ไม่ใช่แค่การ “ดึงหน้า” ให้ตึงขึ้นชั่วคราว แต่คือแนวคิดการยกกระชับแบบครบ 3 มิติ ทั้งโครงสร้างลึก ผิวชั้นกลาง และกรอบหน้าชั้นนอก ด้วยเทคนิคผสมผสานที่เรียกว่า

DCH Triple Combination

ซึ่งรวม 3 เทคโนโลยี ได้แก่

  1. ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS)
  2. Morpheus Burst8
  3. Ignite Quantum

เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ แน่น เฟิร์ม และคมชัดในระยะยาว บทความนี้จะพาเจาะลึกทุกมิติของการ ดึงหน้า แบบตึงX3 ว่าทำไมต้องยก 3 ชั้น? แต่ละเทคโนโลยีทำงานอย่างไร? และใครบ้างที่เหมาะกับแนวทางนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการรักษา

ทำไมการ “ดึงหน้า” อย่างเดียวอาจไม่พอ?

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างใบหน้าจะเปลี่ยนในหลายระดับพร้อมกัน ได้แก่

  1. ชั้นโครงสร้างลึก (SMAS) หย่อนตัว
  2. ผิวหนังบางลง สูญเสียคอลลาเจน
  3. ไขมันสะสมบางจุด เช่น กรอบหน้า เหนียง

การ ดึงหน้าชั้น SMAS เพียงอย่างเดียวช่วยยกโครงสร้างได้ดี แต่หากไม่ดูแลผิวและความกระชับผิวชั้นตื้น ผลลัพธ์อาจดูไม่สมบูรณ์ ในทางกลับกัน หากทำเพียงเครื่องยกกระชับโดยไม่แก้โครงสร้างลึก ก็อาจได้ผลลัพธ์ไม่ยาวนาน แนวคิด ดึงหน้าตึงX3 จึงถูกออกแบบให้แก้ครบ 3 ระดับ เพื่อผลลัพธ์ที่สมดุลและดูเป็นธรรมชาติ

ดึงหน้าตึงX3 คืออะไร?

ดึงหน้าตึงX3

ตึงที่ 1 : ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS

ตึงที่ 2 : Morpheus Burst8

ตึงที่ 3 : Ignite Quantum

เรียกรวมว่า DCH Triple Combination แนวทางนี้เน้นการทำงานเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการดึงผิวให้ตึง แต่ปรับทั้งฐานรากของใบหน้า พร้อมเสริมคุณภาพผิวและกรอบหน้าให้ชัดเจน

ตึงที่ 1 : ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS) 

หัวใจของการ ดึงหน้าชั้น SMAS คือการยกชั้นโครงสร้างพังผืดที่อยู่ลึกใต้ผิวหนัง (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางและความหย่อนคล้อยของใบหน้า

ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS คืออะไร?

ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS คือเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าโดยยก “ชั้นโครงสร้างลึก” ที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนัง และเป็นตัวการสำคัญของความหย่อนคล้อย

ทำไมต้องยกชั้น SMAS?

เมื่ออายุมากขึ้น ชั้น SMAS จะเคลื่อนต่ำลง ทำให้เกิดแก้มตก ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หากดึงเพียงผิวหนัง ผลลัพธ์อาจดูตึงแต่ไม่แก้โครงสร้างจริง

  1. จุดเด่นของ Deep SMAS
  2. ยกโครงสร้างจากฐานราก ไม่ดึงแค่ผิว
  3. ลดแรงตึงบนผิวหนัง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
  4. ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการดึงผิวอย่างเดียว

สรุปสั้น ๆ : Deep SMAS คือการดึงหน้าที่แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากชั้นลึกที่สุดของใบหน้า

ตึงที่ 2 : Morpheus Burst8 กระชับผิวระดับลึก

แม้จะยกโครงสร้างแล้ว แต่คุณภาพผิวก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ดูสวยสมบูรณ์

Morpheus Burst8 คืออะไร?

Morpheus Burst8 คือเทคโนโลยี Microneedling RF (คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก) ที่ส่งพลังงานลงลึกหลายระดับ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน คำว่า “Burst” หมายถึงการปล่อยพลังงานเป็นจังหวะหลายชั้นในครั้งเดียว ทำให้ครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและลึก

Morpheus Burst8 ช่วยอะไร?

  1. กระชับผิวให้แน่นขึ้น
  2. ลดความหย่อนเล็ก ๆ
  3. ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  4. เสริมผลลัพธ์หลังดึงหน้า

สรุปง่าย ๆ : Morpheus Burst8 คือเครื่องยกกระชับผิวที่ทำงานระดับลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด

สามารถทำ Morpheus Burst8 ระหว่างที่ผู้เข้ารับบริการอยู่ภายใต้การดมยาสลบในการผ่าตัดดึงหน้าได้เลย จึงไม่ต้องกลับมาทำซ้ำหลายรอบ ลดระยะเวลาและความไม่สะดวก

ตึงที่ 3 : Ignite Quantum เก็บกรอบหน้า 

ในบางราย ปัญหาไม่ได้มาจากความหย่อนเพียงอย่างเดียว แต่มีไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า เหนียง หรือแก้มล่าง

Ignite Quantum คืออะไร?

Ignite Quantum คือเทคโนโลยีคลื่นพลังงาน RF ที่ออกแบบมาเพื่อกระชับผิวและปรับกรอบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง เหนียง และแนวกราม พลังงาน RF จะช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่

Ignite Quantum เหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด
  2. มีไขมันสะสมเล็กน้อยบริเวณเหนียง
  3. ต้องการเสริมความคมชัดหลังดึงหน้า

สรุปสั้น ๆ: Ignite Quantum คือเทคโนโลยีเก็บกรอบหน้าและเพิ่มความชัดของรูปหน้า

สามารถทำเสริมในขณะดมยาสลบระหว่างผ่าตัดได้ทันที ทำให้กระบวนการ “ดึง ยก กระชับ” ครบจบในรอบเดียว

ใครบ้างที่เหมาะกับ ดึงหน้าตึงX3?

  • ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีความหย่อนชัด
  • ผู้ที่เคยทำเครื่องยกกระชับแล้วผลไม่ชัด
  • ผู้ที่ต้องการ ดึงหน้า แบบยกครบทุกชั้น
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึงเกินไป

ทั้งนี้ การประเมินโดยแพทย์เป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อพิจารณาว่าควรทำครบทั้ง 3 ขั้นตอนหรือปรับตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนโดยสรุปของ DCH Triple Combination

  1. ประเมินโครงสร้างใบหน้า
  2. วางแผน ดึงหน้าชั้น SMAS
  3. เสริมด้วย Morpheus Burst8 เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน
  4. เก็บรายละเอียดกรอบหน้าด้วย Ignite Quantum

การจัดลำดับและช่วงเวลาขึ้นอยู่กับการวางแผนรักษาเฉพาะราย

ดึงหน้าตึงX3 ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

  1. การ ดึงหน้าชั้น SMAS ให้ผลลัพธ์หลายปี
  2. Morpheus Burst8 ช่วยคงคุณภาพผิว
  3. Ignite Quantum ช่วยคงความชัดของกรอบหน้า

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล

ทำไม ดึงหน้าตึงX3 จึงเป็นแนวคิดที่แตกต่าง?

เพราะการ ดึงหน้า ที่ดี ไม่ควรดึงเพียงผิว การ ดึงหน้าชั้น SMAS ช่วยยกโครงสร้าง Morpheus Burst8 ช่วยให้ผิวแน่น Ignite Quantum ช่วยเก็บกรอบหน้า เมื่อทั้ง 3 เทคโนโลยีทำงานร่วมกันในแนวคิด DCH Triple Combination จึงเกิดเป็นแนวทาง ดึงหน้าตึงX3 ที่เน้นผลลัพธ์สมดุล ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ และดูแลครบทุกมิติของใบหน้า

DCH Hospital
Author: DCH Hospital

Dr.Chen Writer

Written by

DCH Hospital

Dr.Chen Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง