ศัลยกรรมดึงหน้า / Face Lifting
DCH ตอบทุกข้อสงสัย
ศัลยกรรมดึงหน้า
คืออะไร ทำไมต้องดึง
ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) คือการผ่าตัดเพื่อ ยกกระชับผิวและชั้นกล้ามเนื้อบนใบหน้า ที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาตึง ได้รูป และดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ดึงผิวให้ตึงเฉย ๆ แต่เป็นการจัดการ “โครงสร้างลึก” ใต้ผิวไปพร้อมกัน
ทำไมคนเรา
ถึงต้องดึงหน้า
หลายคนเลือกทำ ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) ไม่ใช่แค่เพราะอยากดูเด็กลง แต่เพราะต้องการ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งครีม ทรีตเมนต์ หรือการออกกำลังกายไม่สามารถแก้ได้ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องดึงหน้า ได้แก่
1. แก้มตก ร่องแก้มลึก หน้าไหลเป็นชั้น
ปัญหาอันดับ 1 ที่คนเสิร์ช! เมื่อแก้มเริ่มตกลงมาบริเวณข้างจมูก ร่องแก้มลึกขึ้น ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย แม้ผอมก็ยังดูอูม การดึงหน้าช่วย “ยกชั้นลึก SMAS” ให้กลับมาตึงแบบเห็นผลที่สุด
2. เหนียง คางสองชั้น แม้ไม่อ้วนก็มี
เหนียงเป็นจุดที่แก้ยากที่สุดและติดอันดับคำค้นหาแรก ๆ หลายคนผอมแต่ยังมีเหนียง เพราะเกิดจาก “ผิวคล้อย” ไม่ใช่ไขมัน การดึงหน้าร่วมกับดึงคอช่วยให้คางชัด กรอบหน้าคมทันที เหมาะกับคนที่ทำ HIFU/ดูดไขมันแล้วยังไม่หาย
3. กรอบหน้าเบลอ หน้าดูเหนื่อย โทรม
คำเสิร์ชยอดนิยม “หน้าไม่ชัดทำไงดี” เมื่อโครงสร้างผิวหย่อน กรอบหน้าไม่เป๊ะ จะทำให้หน้าดูโรยเหมือนเหนื่อยตลอดเวลา การดึงหน้าแก้ได้ตรงจุด เพราะยกทั้งกล้ามเนื้อและผิว ทำให้หน้าเรียวและดูตื่นขึ้นทันที
4. มุมปากตก หน้าดูเศร้า
แม้จะยิ้ม แต่ใบหน้าก็ยังดูเศร้า เพราะผิวช่วงแก้มและขากรรไกรตก ทำให้มุมปากชี้ลง เป็นอีกคำเสิร์ชมาแรงมากในปี 2025 การดึงหน้าช่วยยกพังผืดและเนื้อที่คล้อย ทำให้มุมปากยกขึ้น ใบหน้าดูสดใสและอ่อนโยนขึ้น
ศัลยกรรมดึงหน้า
เหมาะกับใคร ?
ทำไมคนเรา
ถึงต้องดึงหน้า
หลายคนเลือกทำ ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) ไม่ใช่แค่เพราะอยากดูเด็กลง แต่เพราะต้องการ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งครีม ทรีตเมนต์ หรือการออกกำลังกายไม่สามารถแก้ได้ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องดึงหน้า ได้แก่
1. แก้มตก ร่องแก้มลึก หน้าไหลเป็นชั้น
ปัญหาอันดับ 1 ที่คนเสิร์ช! เมื่อแก้มเริ่มตกลงมาบริเวณข้างจมูก ร่องแก้มลึกขึ้น ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย แม้ผอมก็ยังดูอูม การดึงหน้าช่วย “ยกชั้นลึก SMAS” ให้กลับมาตึงแบบเห็นผลที่สุด
2. เหนียง คางสองชั้น แม้ไม่อ้วนก็มี
เหนียงเป็นจุดที่แก้ยากที่สุดและติดอันดับคำค้นหาแรก ๆ หลายคนผอมแต่ยังมีเหนียง เพราะเกิดจาก “ผิวคล้อย” ไม่ใช่ไขมัน การดึงหน้าร่วมกับดึงคอช่วยให้คางชัด กรอบหน้าคมทันที เหมาะกับคนที่ทำ HIFU/ดูดไขมันแล้วยังไม่หาย
3. กรอบหน้าเบลอ หน้าดูเหนื่อย โทรม
คำเสิร์ชยอดนิยม “หน้าไม่ชัดทำไงดี” เมื่อโครงสร้างผิวหย่อน กรอบหน้าไม่เป๊ะ จะทำให้หน้าดูโรยเหมือนเหนื่อยตลอดเวลา การดึงหน้าแก้ได้ตรงจุด เพราะยกทั้งกล้ามเนื้อและผิว ทำให้หน้าเรียวและดูตื่นขึ้นทันที
4. มุมปากตก หน้าดูเศร้า
แม้จะยิ้ม แต่ใบหน้าก็ยังดูเศร้า เพราะผิวช่วงแก้มและขากรรไกรตก ทำให้มุมปากชี้ลง เป็นอีกคำเสิร์ชมาแรงมากในปี 2025 การดึงหน้าช่วยยกพังผืดและเนื้อที่คล้อย ทำให้มุมปากยกขึ้น ใบหน้าดูสดใสและอ่อนโยนขึ้น
ศัลยกรรมดึงหน้า
เหมาะกับใคร ?
หลายคนสงสัยว่าตัวเอง “ถึงเวลาต้องดึงหน้าหรือยัง?” จริง ๆ แล้วการดึงหน้าไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนจนส่งผลต่อรูปหน้าและความมั่นใจ
- คนที่รู้สึกว่า “หน้าแก่ตามวัย” เร็วกว่าที่คิด
- คนที่แก้มตก ร่องแก้มลึก รูปหน้าเปลี่ยนไป
- คนที่ผอมแต่มีเหนียง คางสองชั้นจากความหย่อน
- คนที่ทำ Hifu / Ulthera / ฟิลเลอร์ มานาน แต่ผลไม่อยู่นาน
ศัลยกรรมดึงหน้า
DCH FACE YOUNG
ศัลยกรรมดึงหน้า Face Young เทคนิคพิเศษเฉพาะ Dr.CHEN Surgery Hospital International Center เริ่มต้นจากคุณหมอเชนได้คิดเทคนิคเฉพาะทางนี้ เป็นการผ่าตัดดึงหน้าที่ทำการยกกระชับผิวหน้า และเนื้อเยื่อทั้งหมดของใบหน้าและลำคอ ยกตั้งแต่ชั้น SMAS เพื่อปรับและแก้ไขสภาพของริ้วรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อย และความไม่เรียบเนียนของผิวหนัง กระบวนการนี้มักจะรวมถึงการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกิน การยกกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า และการจัดเรียงผิวหนังใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูอ่อนวัยและสดใสมากขึ้น DCH FACE-YOUNG จะครอบคลุมหลายส่วนของใบหน้า รวมถึงหน้าผาก, บริเวณรอบดวงตา, แก้ม, และคอ คุณหมอเชน ให้ความสำคัญเรื่องรอยผ่าตัด ไว้เพียงจุดเล็กๆ เย็บแผลสวย บวมช้ำน้อย ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ลูกค้าสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เน้นถึงผลลัพธ์ใบหน้าสวยดูธรรมชาติ จะทำให้ใบหน้าดูกลับมามีอายุน้อย หน้าเด็กลดลงเป็น 10 ปี
ดึงหน้าที่ DCH
ดึงลึกถึงชั้น SMAS
การดึงหน้า (Facelift) เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าได้อย่างเห็นผล แต่รู้หรือไม่ว่าการดึงหน้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั้นต้องดึงลึกถึงชั้น SMAS หรือ Superficial Musculo Aponeurotic System แล้ว SMAS คืออะไร? และทำไมถึงสำคัญกับการดึงหน้
SMAS คืออะไร?
SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) คือชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างผิวหนังและชั้นไขมันของใบหน้า มีหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อใบหน้าและผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้น ชั้น SMAS นี้จะเริ่มหย่อนคล้อยตามธรรมชาติ ทำให้ผิวหน้าหย่อนตามไปด้วย เกิดริ้วรอย ร่องลึก และการหย่อนคล้อยต่างๆ บนใบหน้า
ทำไมต้องดึงลึกถึงชั้น SMAS?
การดึงหน้าโดยดึงเพียงชั้นผิวหนังอาจให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราวและไม่ยั่งยืน แต่การดึงถึงชั้น SMAS จะช่วยยกกระชับใบหน้าในระดับที่ลึกกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า เนื่องจากชั้น SMAS เป็นชั้นที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า การดึงและจัดเรียงใหม่จะช่วยคืนความกระชับและความยืดหยุ่นของใบหน้าได้อย่างแท้จริง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสกว่าเดิม
ดึงหน้าที่ DCH มีกี่เทคนิค?
ดึงหน้าที่ DCH
มีกี่เทคนิค?
Full Facelift (ดึงกระชับทุกส่วน)
- เป็นการผ่าตัดยกกระชับตั้งแต่ “ใบหน้าส่วนบน กลาง และล่าง” รวมถึงชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว (SMAS Layer) เพื่อแก้ไขอย่างลึกถึงโครงสร้าง
บริเวณที่ทำ
- หน้าส่วนบน กลาง และล่าง รวมถึงแนวกรอบหน้า
จุดเด่น
- แก้ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า
- ดึงยกทั้งชั้นผิวและชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยหลายส่วน เช่น หางตาตก ร่องแก้มลึก แก้มห้อย คอหย่อน
Mid Facelift (ดึงหน้าส่วนกลาง)
- จะยกกระชับบริเวณกึ่งกลางใบหน้า ตั้งแต่แนวใต้ตา โหนกแก้ม ลงมาถึงมุมปาก โดยจะยกทั้งผิวและชั้นกล้ามเนื้อกลางหน้า
บริเวณที่ทำ
- โหนกแก้ม ร่องน้ำหมาก ใต้ตา ถึงมุมปาก
จุดเด่น
- เน้นยกกระชับบริเวณกึ่งกลางใบหน้า
- ช่วยลดร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น
- มักทำร่วมกับ ยกคิ้ว (Brow Lift) หรือ ดึงหน้าล่าง (Lower Facelift) เพื่อผลลัพธ์ที่สมดุล
Necklift (ดึงกระชับทุกคอ)
- เป็นการผ่าตัดยกกระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ พร้อมกำจัดไขมันส่วนเกิน (เหนียง) เพื่อให้คอดูเรียวยาวและเรียบตึง ลำคอ คางสองชั้น เหนียง
จุดเด่น
- แก้ไขความหย่อนของผิวคอและไขมันสะสม
- เหมาะกับผู้ที่มีเหนียง คอหย่อน หรือเส้นกล้ามเนื้อคอโผล่เห็นชัด
Full Facelift (ดึงกระชับทุกส่วน) เป็นการผ่าตัดยกกระชับตั้งแต่ “ใบหน้าส่วนบน กลาง และล่าง” รวมถึงชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว (SMAS Layer) เพื่อแก้ไขอย่างลึกถึงโครงสร้าง
บริเวณที่ทำ
- หน้าส่วนบน กลาง และล่าง รวมถึงแนวกรอบหน้า
จุดเด่น
- แก้ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า
ดึงยกทั้งชั้นผิวและชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยหลายส่วน เช่น หางตาตก ร่องแก้มลึก แก้มห้อย คอหย่อน
-----
Mid Facelift (ดึงหน้าส่วนกลาง) จะยกกระชับบริเวณกึ่งกลางใบหน้า ตั้งแต่แนวใต้ตา โหนกแก้ม ลงมาถึงมุมปาก โดยจะยกทั้งผิวและชั้นกล้ามเนื้อกลางหน้า
บริเวณที่ทำ
- โหนกแก้ม ร่องน้ำหมาก ใต้ตา ถึงมุมปาก
จุดเด่น
- เน้นยกกระชับบริเวณกึ่งกลางใบหน้า
- ช่วยลดร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น
- มักทำร่วมกับ ยกคิ้ว (Brow Lift) หรือ ดึงหน้าล่าง (Lower Facelift) เพื่อผลลัพธ์ที่สมดุล
-----
Necklift (ดึงกระชับทุกคอ) เป็นการผ่าตัดยกกระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ พร้อมกำจัดไขมันส่วนเกิน (เหนียง) เพื่อให้คอดูเรียวยาวและเรียบตึง ลำคอ คางสองชั้น เหนียง
จุดเด่น
- แก้ไขความหย่อนของผิวคอและไขมันสะสม
- เหมาะกับผู้ที่มีเหนียง คอหย่อน หรือเส้นกล้ามเนื้อคอโผล่เห็นชัด
ขั้นตอนการทำ อย่างละเอียด
ขั้นตอนการทำ
อย่างละเอียด

เทคนิคที่ 1 การผ่าตัดแบบแผลเล็ก ( Mini facelift )
Mini Facelift เป็นกระบวนการที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กที่มักเป็นการเปิดแผลขนาดเล็กทั้ง 2 ข้าง ตรงด้านบนช่วงขมับลงมาถึงขอบหน้าหูส่วนบน ผ่าตัดดึงหน้าเลาะชั้นใต้ผิวหนังลงไปถึงประมาณใบหน้าส่วนล่าง ในชั้นใต้ผิว SMAS และทำการยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว เย็บในตำแหน่งใหม่ให้ผิวกระชับ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของร่องแก้มเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวหน้ากระชับขึ้น แต่ยังช่วยลดรอยเหี่ยวย่นและทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้น

เทคนิคที่ 2 การผ่าตัดแบบดึงทั้งหน้า (Full facelift)
Full facelift การผ่าตัดดึงทั้งหน้าเป็นการทำศัลยกรรมที่ครอบคลุมทั้งผิวหนัง และเนื้อเยื่อใต้ผิว โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดจะเปิดแผลทั้ง 2 ข้างที่หน้าหูและติ่งหู ขึ้นไปถึงแนวขมับ และลงมาถึงลำคอ ผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อดึงผิวหนัง Skin และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไปจนถึงชั้น SMAS ดึงให้ตึงจากนั้นถึงตัดผิวหนังส่วนเกินออก เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้าเพื่อทำการยกกระชับผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติและสามารถคงอยู่ได้นานหลายปี

เทคนิคที่ 3 การผ่าตัดดึงคอ (Necklift)
การผ่าตัดดึงคอเป็นกระบวนการที่ศัลยแพทย์ทำการยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวในบริเวณลำคอ โดยมีการผ่าตัดแผลเล็กบริเวณหลังหูและใต้คาง เพื่อทำการดึงกระชับผิวที่หย่อนคล้อย การผ่าตัดนี้ยังสามารถแก้ไขปัญหาคางสองชั้น (Double Chin) และลดไขมันส่วนเกินบริเวณคอได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่ใต้คาง ทำให้คางหย่อนยาน เกิดเป็นเหนียงหลายชั้น มักจะทำร่วมกับการทำแบบ Full facelift ไปพร้อมกัน แล้วดึงให้ตึง ตัดส่วนเกินออก แล้วเย็บชั้น SMAS ให้ตึงตามแนวรูป เพื่อผลลัพธ์ในการผ่าตัดชัดเจนและดียิ่งขึ้น พร้อมกับผ่าตัดยกกระชับคอซ่อนแผลหลังหูทั้งสองข้าง
ดึงหน้าลึกถึง
ชั้น SMAS ดีอย่างไร
- ผลลัพธ์ที่ยาวนาน : การดึงชั้น SMAS ช่วยให้ผลลัพธ์ของการดึงหน้ายั่งยืนกว่าการดึงเพียงชั้นผิวหนัง ทำให้ใบหน้าคงความอ่อนเยาว์ได้นานหลายปี
- ดูเป็นธรรมชาติ : ด้วยการจัดเรียงชั้นกล้ามเนื้อใหม่ การดึงหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดผิวที่ตึงเกินไป หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ
- การฟื้นฟูที่ครบวงจร : การดึงถึงชั้น SMAS ช่วยฟื้นฟูใบหน้าในทุกมิติ ทั้งความกระชับของผิวหนัง และการยกกระชับของกล้ามเนื้อ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยจากภายในสู่ภายนอก
รวมข้อดีของ
DCH FACE YOUNG
รวมข้อดีของ
DCH FACE YOUNG
- การดึงหน้ากด้วยเทคนิค DCH FACE YOUNG ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ทำให้คนรู้สึกมั่นใจและมีความรู้สึกดีต่อตัวเอง ซึ่งอาจส่งผลในด้านจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวัน
- ช่วยแก้ปัญหาผิวที่อยู่ได้นาน ต่างจากการรักษาความหย่อนคล้อยด้วยวิธีอื่นๆ ที่อาจจะต้องมาทำบ่อยๆ
- ช่วยปรับรูปหน้าให้สวยงามและยังคงดูธรรมชาติ โดยปรับรูปกรามและโครงสร้างใบหน้าให้ดูดีและสมส่วนมากขึ้น
- การดึงหน้าช่วยลดปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยในบริเวณใบหน้า ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์และลดริ้วรอยบริเวณแก้ม ริ้วรอยตา และริ้วรอยบนหน้าแบบเฉพาะจุดได้ด้วย
ที่ DCH เราออกแบบก่อนทำด้วยโปรแกรมสแกนใบหน้า 3 มิติ
สวยหล่อ แบบไม่ต้องเดา ที่ DCH ทุกเคสศัลยกรรมจมูก เราใช้ 3D Scan ใบหน้าแบบละเอียด เพื่อออกแบบและวางแผนทรงจมูกร่วมกับคุณหมอแบบเรียลไทม์ คุณจะได้เห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าก่อนการผ่าตัดจริง ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และมั่นใจได้ว่าทรงจมูกที่เลือกเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล
- ออกแบบทรงจมูกร่วมกับคุณหมอ
- เพิ่มความมั่นใจ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
- เห็นภาพผลลัพธ์ก่อนทำจริง ความแม่นยำกว่า 90%

ปรึกษาคุณหมอ DCH
ปรึกษาออนไลน์
กับคุณหมอได้โดยตรง
หากท่านไม่ได้พำนักอยู่ประเทศไทย

นพ. เชน ชัยชาญชีพ
ว.51245
แอดไลน์เพื่อลงทะเบียน
เพียงแค่แอดไลน์ของโรงพยาบาล จากนั้นทักหาเจ้าหน้าที่
เพื่อแจ้งความต้องการรับคำปรึกษาออนไลน์
- เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อนัดหมายเวลาปรึกษา
- เลือกช่องทางสะดวก เช่น Video Call / Line / WhatsApp
-----
ส่งภาพเพื่อประเมิน
ก่อนการปรึกษาจะมีการขอภาพถ่าย ใบหน้า
หรือส่วนที่ต้องการทำ เพื่อให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้น
- มีตัวอย่าง “มุมถ่ายที่ถูกต้อง”
- แนะนำการยืน แสง และระยะถ่าย เพื่อให้เห็นรายละเอียดชัด
-----
เข้าพบปรึกษาแพทย์ออนไลน์
เมื่อถึงวันและเวลาที่ทำการนัดหมาย
แพทย์จะพูดคุยประเมินแบบตัวต่อตัวผ่านระบบออนไลน์

ปรึกษาคุณหมอ DCH
-----
ที่ DCH เราออกแบบก่อนทำด้วยโปรแกรมสแกนใบหน้า 3 มิติ
สวยหล่อ แบบไม่ต้องเดา ที่ DCH ทุกเคสศัลยกรรมจมูก เราใช้ 3D Scan ใบหน้าแบบละเอียด เพื่อออกแบบและวางแผนทรงจมูกร่วมกับคุณหมอแบบเรียลไทม์ คุณจะได้เห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าก่อนการผ่าตัดจริง ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และมั่นใจได้ว่าทรงจมูกที่เลือกเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล
- ออกแบบทรงจมูกร่วมกับคุณหมอ
- เพิ่มความมั่นใจ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
- เห็นภาพผลลัพธ์ก่อนทำจริง ความแม่นยำกว่า 90%
ปรึกษาออนไลน์
กับคุณหมอได้โดยตรง
หากท่านไม่ได้พำนักอยู่ประเทศไทย
แอดไลน์เพื่อลงทะเบียน
เพียงแค่แอดไลน์ของโรงพยาบาล
จากนั้นทักหาเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งความต้องการรับคำปรึกษาออนไลน์
- เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อนัดหมายเวลาปรึกษา
- เลือกช่องทางสะดวก เช่น Video Call / Line / WhatsApp
-----
ส่งภาพเพื่อประเมิน
ก่อนการปรึกษาจะมีการขอภาพถ่าย
ใบหน้าหรือส่วนที่ต้องการทำ เพื่อให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้น
- มีตัวอย่าง “มุมถ่ายที่ถูกต้อง”
- แนะนำการยืน แสง และระยะถ่าย เพื่อให้เห็นรายละเอียดชัด
-----
เข้าพบปรึกษาแพทย์ออนไลน์
เมื่อถึงวันและเวลาที่ทำการนัดหมาย
แพทย์จะพูดคุยประเมินแบบตัวต่อตัวผ่านระบบออนไลน์

นพ. เชน ชัยชาญชีพ
ว.51245
ศัลยกรรมดึงหน้า
ทำที่ไหนดี?
ลูกค้าทุกท่านตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าจะดึงหน้าต้องที่ DCH Dr.CHEN Surgery Hospital….. ทำให้คืนความอ่อนเยาว์ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ดูสดใสขึ้นและมีความตึงกระชับ เหมือนได้ย้อนวัย การประเมินใบหน้า และให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์ Dr.CHEN ด้วยโปรแกรมสแกนใบหน้า 3D SCAN เห็นผลก่อนทำ!!ความแม่นยำกว่า 90% ซึ่งเป็นโปรแกรมทางการแพทย์นำเข้าจากสวิสเซอร์แลนด์ ทำให้เห็นผลลัพธ์ก่อนผ่าตัดจริง และออกแบบได้ตามความต้องการที่คนไข้ต้องการ คนไข้ทุกท่านประทับใจ อุ่นใจ คลายกังวล มั่นใจ มาตรฐานการผ่าตัดระดับสากล ความปลอดภัย ผลลัพธ์ เห็นผลชัดเจนที่ตรงใจ
ลูกค้าทุกท่านตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าจะดึงหน้าต้องที่ DCH Dr.CHEN Surgery Hospital….. ทำให้คืนความอ่อนเยาว์ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ดูสดใสขึ้นและมีความตึงกระชับ เหมือนได้ย้อนวัย การประเมินใบหน้า และให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์ Dr.CHEN ด้วยโปรแกรมสแกนใบหน้า 3D SCAN เห็นผลก่อนทำ!!ความแม่นยำกว่า 90% ซึ่งเป็นโปรแกรมทางการแพทย์นำเข้าจากสวิสเซอร์แลนด์ ทำให้เห็นผลลัพธ์ก่อนผ่าตัดจริง และออกแบบได้ตามความต้องการที่คนไข้ต้องการ คนไข้ทุกท่านประทับใจ อุ่นใจ คลายกังวล มั่นใจ มาตรฐานการผ่าตัดระดับสากล ความปลอดภัย ผลลัพธ์ เห็นผลชัดเจนที่ตรงใจ
คำถามที่พบบ่อย
เรารวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า พร้อมคำตอบแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
- อาจมีอาการบวมหลังการผ่าตัด แพทย์จะให้ทานยาระงับอาการ ประคบเย็นที่ใบหน้า และนอนยกศีรษะสูงกว่าลำตัวในช่วงประมาณ 3 วันแรก
- ควรนอนยกศีรษะสูง การนอนยกศีรษะสูงช่วยลดอาการบวมและช้ำหลังการผ่าตัด
แผลจากการผ่าตัดที่ศีรษะ ต้องรอเล็กน้อยก่อนเริ่มสระผม - ควรควบคุมเรื่องน้ำหนักตัวให้ดี เพราะส่งผลต่อผิวหนังบริเวณใบหน้า
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ ใส่ผ้าSupport รัดกรอบหน้าตลอด - ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ การดูแลแผลและการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเพิ่มความเร็วในการฟื้นตัว
พยายามอย่าแกะหรือจับบริเวณแผลผ่าตัด และไม่ให้แผลสัมผัสสิ่งสกปรก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หากมีอาการบวมแดงอักเสบผิดปกติ หรือมีเลือดไหลออกมา ให้รีบเข้ามาพบศัลยแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ ห้ามซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจเกิดอาการที่รุนแรงขึ้นยิ่งกว่าเดิม
หลังจากการดึงหน้าคุณอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและลดอาการบวมช้ำ โดยในช่วงสัปดาห์แรก อาจมีอาการบวมและช้ำที่เห็นได้ชัด ระหว่างนี้ควรใช้ผ้า Support รัดกรอบหน้า แนะนำว่าให้ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด ซึ่งจะค่อยๆ ลดลงในเวลาไม่กี่วัน ในช่วงนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ คุณจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ แต่เลี่ยงกิจกรรมหนักๆที่อาจจะทำให้หน้ามีการกระทบกระเทือนได้ แต่หลังผ่าตัดดึงหน้าภายใน 2-3 เดือน รวมถึงอาการต่างๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และจะหายสนิทภายใน 6 เดือน
หลายคนอาจจะสงสัย ว่าการดึงหน้าอยู่ได้นานไหม? ผลลัพธ์จากการดึงหน้าสามารถคงอยู่ได้นาน 7-10 ปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด และการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ควรทราบว่าการดึงหน้าไม่สามารถหยุดยั้งกระบวนการชราได้ เพียงแต่ช่วยชะลอและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้กลับมาอีกครั้ง ลักษณะของผิวหน้าเราจะดูอ่อนวัยมากขึ้น หลังจากนั้นผิวหน้าเราก็จะค่อยๆ หย่อนคล้อยไปตามวัยปกติ แต่หลังดึงหน้าไปประมาณ 7 – 10 ปี สามารถปรึกษาเพื่อที่จะดึงหน้าได้อีกครั้ง
- ดูแลผิวหน้าเป็นประจำการใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสมกับสภาพผิว และการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักและผลไม้ ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิว
- การทำหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนสม่ำเสมอ เช่น มีการนวดเพื่อกระชับ นวดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด จะช่วยยืดระยะเวลาผลลัพธ์ของการดึงหน้าได้นานมากขึ้น
- เลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ : เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และความเครียด
คำถามที่พบบ่อย
เรารวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า พร้อมคำตอบแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
- อาจมีอาการบวมหลังการผ่าตัด แพทย์จะให้ทานยาระงับอาการ ประคบเย็นที่ใบหน้า และนอนยกศีรษะสูงกว่าลำตัวในช่วงประมาณ 3 วันแรก
- ควรนอนยกศีรษะสูง การนอนยกศีรษะสูงช่วยลดอาการบวมและช้ำหลังการผ่าตัด
แผลจากการผ่าตัดที่ศีรษะ ต้องรอเล็กน้อยก่อนเริ่มสระผม - ควรควบคุมเรื่องน้ำหนักตัวให้ดี เพราะส่งผลต่อผิวหนังบริเวณใบหน้า
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ ใส่ผ้าSupport รัดกรอบหน้าตลอด - ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ การดูแลแผลและการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเพิ่มความเร็วในการฟื้นตัว
พยายามอย่าแกะหรือจับบริเวณแผลผ่าตัด และไม่ให้แผลสัมผัสสิ่งสกปรก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หากมีอาการบวมแดงอักเสบผิดปกติ หรือมีเลือดไหลออกมา ให้รีบเข้ามาพบศัลยแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ ห้ามซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจเกิดอาการที่รุนแรงขึ้นยิ่งกว่าเดิม
หลังจากการดึงหน้าคุณอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและลดอาการบวมช้ำ โดยในช่วงสัปดาห์แรก อาจมีอาการบวมและช้ำที่เห็นได้ชัด ระหว่างนี้ควรใช้ผ้า Support รัดกรอบหน้า แนะนำว่าให้ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด ซึ่งจะค่อยๆ ลดลงในเวลาไม่กี่วัน ในช่วงนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ คุณจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ แต่เลี่ยงกิจกรรมหนักๆที่อาจจะทำให้หน้ามีการกระทบกระเทือนได้ แต่หลังผ่าตัดดึงหน้าภายใน 2-3 เดือน รวมถึงอาการต่างๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และจะหายสนิทภายใน 6 เดือน
หลายคนอาจจะสงสัย ว่าการดึงหน้าอยู่ได้นานไหม? ผลลัพธ์จากการดึงหน้าสามารถคงอยู่ได้นาน 7-10 ปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด และการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ควรทราบว่าการดึงหน้าไม่สามารถหยุดยั้งกระบวนการชราได้ เพียงแต่ช่วยชะลอและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้กลับมาอีกครั้ง ลักษณะของผิวหน้าเราจะดูอ่อนวัยมากขึ้น หลังจากนั้นผิวหน้าเราก็จะค่อยๆ หย่อนคล้อยไปตามวัยปกติ แต่หลังดึงหน้าไปประมาณ 7 – 10 ปี สามารถปรึกษาเพื่อที่จะดึงหน้าได้อีกครั้ง
- ดูแลผิวหน้าเป็นประจำการใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสมกับสภาพผิว และการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักและผลไม้ ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิว
- การทำหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนสม่ำเสมอ เช่น มีการนวดเพื่อกระชับ นวดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด จะช่วยยืดระยะเวลาผลลัพธ์ของการดึงหน้าได้นานมากขึ้น
- เลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ : เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และความเครียด
รีวิวจากผู้เข้ารับบริการ ศัลยกรรมดึง
ที่ DCH Hospital
ผู้เข้ารับบริการที่ DCH Hospital มีความพึงพอใจในผลลัพธ์ของการผ่าตัดดึงหน้าอย่างมาก โดยมีความเห็นเป็นบวกทั้งในเรื่องของการดูแลและความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์
การเลือกทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ DCH Hospital นอกจากจะได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ยังได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ทำให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นที่พึงพอใจ







