แม้จะมีทั้งเงิน ชื่อเสียง และทีมดูแลความงามระดับโลก แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนสังเกตตรงกันคือ
Kris Jenner ยังเลือกทำ “ดึงหน้า (Facelift)” ซ้ำในช่วงอายุ 60+ และผลลัพธ์ที่ได้คือ หน้าเด็กลงอย่างชัดเจน แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ
คำถามคือ
บทความนี้จะพาคุณวิเคราะห์แบบเข้าใจง่าย ว่า เหตุผลเบื้องหลังการ “ดึงหน้า” ของเซเลบระดับโลก คืออะไร และเชื่อมโยงมุมมองเดียวกันกับการ ดึงหน้า Full Facelift ในไทย อย่างเป็นธรรมชาติ
ดึงหน้า ไม่ใช่เพราะ “หน้าแย่”
ทำไมคนที่ดูแลตัวเองดีที่สุดแล้ว ยังต้องศัลยกรรมดึงหน้า?
ดึงหน้า Full Facelift ต่างจากหัตถการยกกระชับทั่วไปยังไง?
ถ้าอยากได้ลุคใกล้เคียง ต้องเลือกแบบไหน?
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่คนส่วนใหญ่มีเกี่ยวกับ ศัลยกรรมดึงหน้า
คือ
“ต้องหน้าหย่อนมาก ๆ ถึงจะทำ”
แต่ในความเป็นจริง คนที่เลือกดึงหน้าเร็ว มักได้ผลลัพธ์สวยและเป็นธรรมชาติกว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นกับใบหน้าตามวัย (แม้ดูแลดีแค่ไหน)
- ชั้นผิวหย่อนคล้อย
- กล้ามเนื้อชั้นลึก (SMAS) เคลื่อนตัว
- ไขมันหน้าเคลื่อน ไม่ได้หายไป แต่ “ตกลง”
- โครงหน้าขาดความคมชัด
📌 จุดนี้เองที่ ฟิลเลอร์ / HIFU / Ulthera ไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมด
Kris Jenner คือเคสตัวอย่างที่ชัดมาก เพราะเธอไม่รอให้หน้าพัง แต่เลือก แก้ที่โครงสร้างตั้งแต่ต้น
จุดเด่นของผลลัพธ์ดึงหน้าแบบ Kris Jenner
ลองสังเกตใบหน้าของ Kris Jenner จะเห็นว่า
- ไม่มีรอยตึงแข็ง
- ไม่ดู “หน้าใหม่เกิน”
- สีหน้าเป็นธรรมชาติ
- กรอบหน้าชัดขึ้นอย่างชัดเจน
นี่คือผลลัพธ์ของ การดึงหน้า Full Facelift ที่วางแผนอย่างแม่นยำ
- ไม่ใช่ดึงแรง
แต่ดึง “ถูกชั้น” และ “ถูกทิศทาง”
แล้วถ้าอยาก “ดึงหน้า” แบบนี้ ต้องดูอะไรบ้าง?
1. ไม่ใช่ทุกคนต้อง Full Facelift
- บางคนเหมาะกับ Mini Facelift
- บางคนต้อง Mid Facelift + Neck Lift
- ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
2. เทคนิคสำคัญกว่าคำโฆษณา
- ดึงผิวอย่างเดียว = หน้าแข็ง
- ดึง SMAS = หน้าเด็กแบบธรรมชาติ
3. ประสบการณ์แพทย์คือหัวใจ
- เพราะ ดึงหน้า = งานศัลยกรรมโครงสร้าง ไม่ใช่งานผิว
ดึงหน้า Full Facelift ทำไมถึงเป็นคำตอบของ Kris Jenner และคนวัย 50+
ศัลยกรรมดึงหน้าในมุมของแพทย์ ไม่ใช่การ “ดึงให้ตึง” แต่คือการ จัดโครงสร้างใบหน้าใหม่ทั้งระบบ
ในวัย 50 ปีขึ้นไป
- ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผิว แต่อยู่ที่ ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) และไขมันที่เคลื่อนตัว
นี่คือเหตุผลที่
- HIFU ไม่ยก
- ฟิลเลอร์ยิ่งเติมยิ่งบวม
- แต่ ดึงหน้า Full Facelift เห็นผลชัดที่สุด
ดึงหน้าที่ DCH
ดึงลึกถึงชั้น SMAS

เทคนิคที่ 1 การผ่าตัดแบบแผลเล็ก ( Mini facelift )
Mini Facelift เป็นกระบวนการที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กที่มักเป็นการเปิดแผลขนาดเล็กทั้ง 2 ข้าง ตรงด้านบนช่วงขมับลงมาถึงขอบหน้าหูส่วนบน ผ่าตัดดึงหน้าเลาะชั้นใต้ผิวหนังลงไปถึงประมาณใบหน้าส่วนล่าง ในชั้นใต้ผิว SMAS และทำการยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว เย็บในตำแหน่งใหม่ให้ผิวกระชับ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของร่องแก้มเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวหน้ากระชับขึ้น แต่ยังช่วยลดรอยเหี่ยวย่นและทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้น

เทคนิคที่ 2 การผ่าตัดแบบดึงทั้งหน้า (Full facelift)
Full facelift การผ่าตัดดึงทั้งหน้าเป็นการทำศัลยกรรมที่ครอบคลุมทั้งผิวหนัง และเนื้อเยื่อใต้ผิว โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดจะเปิดแผลทั้ง 2 ข้างที่หน้าหูและติ่งหู ขึ้นไปถึงแนวขมับ และลงมาถึงลำคอ ผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อดึงผิวหนัง Skin และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไปจนถึงชั้น SMAS ดึงให้ตึงจากนั้นถึงตัดผิวหนังส่วนเกินออก เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้าเพื่อทำการยกกระชับผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติและสามารถคงอยู่ได้นานหลายปี

เทคนิคที่ 3 การผ่าตัดดึงคอ (Necklift)
การผ่าตัดดึงคอเป็นกระบวนการที่ศัลยแพทย์ทำการยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวในบริเวณลำคอ โดยมีการผ่าตัดแผลเล็กบริเวณหลังหูและใต้คาง เพื่อทำการดึงกระชับผิวที่หย่อนคล้อย การผ่าตัดนี้ยังสามารถแก้ไขปัญหาคางสองชั้น (Double Chin) และลดไขมันส่วนเกินบริเวณคอได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่ใต้คาง ทำให้คางหย่อนยาน เกิดเป็นเหนียงหลายชั้น มักจะทำร่วมกับการทำแบบ Full facelift ไปพร้อมกัน แล้วดึงให้ตึง ตัดส่วนเกินออก แล้วเย็บชั้น SMAS ให้ตึงตามแนวรูป เพื่อผลลัพธ์ในการผ่าตัดชัดเจนและดียิ่งขึ้น พร้อมกับผ่าตัดยกกระชับคอซ่อนแผลหลังหูทั้งสองข้าง
ใครเหมาะกับการดึงหน้า Full Facelift?
ดึงหน้า Full Facelift เหมาะกับคนที่
- อายุ 45–70 ปี
- ผิวหย่อนชัด กรอบหน้าไม่ชัด
- เคยทำหัตถการแล้วไม่เห็นผล
- ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว
ดึงหน้า Full Facelift ไม่เหมาะกับคนที่
- ยังมีแค่ริ้วรอยเล็กน้อย
- ต้องการผลลัพธ์แบบเร่งด่วนไม่พักฟื้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า (FAQ)
A : ระหว่างผ่าตัดไม่เจ็บ ใช้ยาสลบ / หลังผ่าตัดมีตึงบ้าง แต่ควบคุมได้
A : ถ้าทำถูกเทคนิค จะ “หน้าเดิม แต่เด็กลง”
A : โดยเฉลี่ย 8–15 ปี ขึ้นกับการดูแลตัวเอง
ดึงหน้า ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุนระยะยาว
ถ้าคุณกำลังคิดว่า
- ทำไมดูแลผิวดีแล้วแต่หน้ายังดูอ่อนล้า
- ทำหัตถการมาหลายอย่างแต่ไม่จบ
- อยากหน้าเด็กลงแบบดูแพง ไม่โป๊ะ
ดึงหน้า Full Facelift อาจเป็นคำตอบเดียวกันกับที่ Kris Jenner เลือกใช้
และถ้าคุณกำลังมองหาแนวคิดการดึงหน้า ที่เข้าใจโครงหน้าเอเชีย และเน้นผลลัพธ์ระยะยาว ดึงหน้า DCH คือหนึ่งในทางเลือก
Author: DCH Hospital
Dr.Chen Writer
