เอิร์น เดอะสตาร์
quote-icon

บทความนี้จะพาคุณไปดูแบบละเอียดว่า หลังทำ ดึงหน้าตึงX3 ครบ 1 เดือน
ความเปลี่ยนแปลงจริงเป็นอย่างไร แตกต่างจากช่วงสัปดาห์แรกอย่างไร
และทำไมหลายคนถึงบอกว่า “ดูเด็กลง แต่ไม่มีใครจับได้ว่าทำศัลยกรรม”

จากวันที่หลายคนเห็นเอิร์น เดอะสตาร์ ตัดสินใจทำ ดึงหน้าตึงX3 ร่วมกับ ส่องกล้องยกคิ้ว และ ดึงหน้า Mid Facelift หลายเสียงตั้งคำถามว่า “จะดูตึงเกินไปไหม?” “จะโป๊ะหรือเปล่า?” วันนี้ครบ 1 เดือนเต็มหลังทำ ดึงหน้า ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนคือใบหน้าที่ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าคมขึ้น ร่องแก้มตื้นลง และดวงตาที่ดูเปิดมากขึ้นจากการทำ ยกคิ้ว EBL โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของเอิร์นไว้อย่างครบถ้วน

สิ่งที่ทำให้เคสนี้แตกต่าง ไม่ใช่แค่การ ดึงหน้า แบบทั่วไป

แต่คือแนวคิดของ ดึงหน้าตึงX3 ที่ยกโครงสร้างลึกด้วย Deep SMAS เติมความแน่นของผิวด้วย Morpheus Burst8 และเก็บกรอบหน้าให้คมด้วย Ignite Quantum พร้อมผสานเทคนิค ส่องกล้องยกคิ้ว เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลทั้งใบหน้า

ทำไมเอิร์นถึงเลือก ดึงหน้าตึงX3 แทนการฉีดหรือเลเซอร์

ก่อนตัดสินใจทำ ดึงหน้า เอิร์นเคยผ่านการดูแลผิวด้วยหัตถการไม่ผ่าตัดมาก่อน ทั้งการยกกระชับด้วยพลังงานความร้อน และการดูแลผิวแบบต่าง ๆ

แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาที่ชัดเจนคือ

  1. ร่องแก้มลึก
  2. แก้มตกเล็กน้อย
  3. ใบหน้าช่วงกลางเริ่มหย่อน
  4. หางตาตก ทำให้ดูเหนื่อย

การแก้ปัญหาระดับโครงสร้างลึก จำเป็นต้องใช้การผ่าตัด ดึงหน้า Mid Facelift ร่วมกับ ส่องกล้องยกคิ้ว เพื่อยกทั้งส่วนบนและส่วนกลางของใบหน้าอย่างสมดุล

ดึงหน้าตึงX3 คืออะไร

ดึงหน้า

การ ดึงหน้าตึงX3 ไม่ใช่แค่การ “ดึงหน้า” ให้ตึงขึ้นชั่วคราว แต่คือแนวคิดการยกกระชับแบบครบ 3 มิติ ทั้งโครงสร้างลึก ผิวชั้นกลาง และกรอบหน้าชั้นนอก ด้วยเทคนิคผสมผสานที่เรียกว่า

DCH Triple Combination

ซึ่งรวม 3 เทคโนโลยี ได้แก่

  1. ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS)
  2. Morpheus Burst8
  3. Ignite Quantum

เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ แน่น เฟิร์ม และคมชัดในระยะยาว บทความนี้จะพาเจาะลึกทุกมิติของการ ดึงหน้า แบบตึงX3 ว่าทำไมต้องยก 3 ชั้น? แต่ละเทคโนโลยีทำงานอย่างไร? และใครบ้างที่เหมาะกับแนวทางนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการรักษา

ตึงที่ 1 : ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS) 

เอิร์น เดอะสตาร์

หัวใจของการ ดึงหน้าชั้น SMAS คือการยกชั้นโครงสร้างพังผืดที่อยู่ลึกใต้ผิวหนัง (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางและความหย่อนคล้อยของใบหน้า

ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS คืออะไร?

ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS คือเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าโดยยก “ชั้นโครงสร้างลึก” ที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนัง และเป็นตัวการสำคัญของความหย่อนคล้อย

ทำไมต้องยกชั้น SMAS?

เมื่ออายุมากขึ้น ชั้น SMAS จะเคลื่อนต่ำลง ทำให้เกิดแก้มตก ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หากดึงเพียงผิวหนัง ผลลัพธ์อาจดูตึงแต่ไม่แก้โครงสร้างจริง

  1. จุดเด่นของ Deep SMAS
  2. ยกโครงสร้างจากฐานราก ไม่ดึงแค่ผิว
  3. ลดแรงตึงบนผิวหนัง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
  4. ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการดึงผิวอย่างเดียว

สรุปสั้น ๆ : Deep SMAS คือการดึงหน้าที่แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากชั้นลึกที่สุดของใบหน้า

ตึงที่ 2 : Morpheus Burst8 กระชับผิวระดับลึก

เอิร์น เดอะสตาร์

แม้จะยกโครงสร้างแล้ว แต่คุณภาพผิวก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ดูสวยสมบูรณ์

Morpheus Burst8 คืออะไร?

Morpheus Burst8 คือเทคโนโลยี Microneedling RF (คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก) ที่ส่งพลังงานลงลึกหลายระดับ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน คำว่า “Burst” หมายถึงการปล่อยพลังงานเป็นจังหวะหลายชั้นในครั้งเดียว ทำให้ครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและลึก

Morpheus Burst8 ช่วยอะไร?

  1. กระชับผิวให้แน่นขึ้น
  2. ลดความหย่อนเล็ก ๆ
  3. ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  4. เสริมผลลัพธ์หลังดึงหน้า

สรุปง่าย ๆ : Morpheus Burst8 คือเครื่องยกกระชับผิวที่ทำงานระดับลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด

สามารถทำ Morpheus Burst8 ระหว่างที่ผู้เข้ารับบริการอยู่ภายใต้การดมยาสลบในการผ่าตัดดึงหน้าได้เลย จึงไม่ต้องกลับมาทำซ้ำหลายรอบ ลดระยะเวลาและความไม่สะดวก

ตึงที่ 3 : Ignite Quantum เก็บกรอบหน้า 

เอิร์น เดอะสตาร์

ในบางราย ปัญหาไม่ได้มาจากความหย่อนเพียงอย่างเดียว แต่มีไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า เหนียง หรือแก้มล่าง

Ignite Quantum คืออะไร?

Ignite Quantum คือเทคโนโลยีคลื่นพลังงาน RF ที่ออกแบบมาเพื่อกระชับผิวและปรับกรอบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง เหนียง และแนวกราม พลังงาน RF จะช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่

Ignite Quantum เหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด
  2. มีไขมันสะสมเล็กน้อยบริเวณเหนียง
  3. ต้องการเสริมความคมชัดหลังดึงหน้า

สรุปสั้น ๆ: Ignite Quantum คือเทคโนโลยีเก็บกรอบหน้าและเพิ่มความชัดของรูปหน้า

สามารถทำเสริมในขณะดมยาสลบระหว่างผ่าตัดได้ทันที ทำให้กระบวนการ “ดึง ยก กระชับ” ครบจบในรอบเดียว

1 เดือนหลัง ดึงหน้าตึงX3 ใบหน้าเปลี่ยนแค่ไหน

quote-icon

ครบ 1 เดือนหลังทำ ดึงหน้าตึงX3 เอิร์นบอกชัดเจนว่า
“หน้ามันแน่นขึ้นแบบรู้สึกได้เลย แต่ไม่แข็ง ไม่ตึงจนยิ้มไม่ได้”

ผลลัพธ์ที่เห็นชัดมีดังนี้

กรอบหน้าคมขึ้น

การ ดึงหน้า Mid Facelift ช่วยยกแก้มส่วนกลาง ทำให้แนวกรอบหน้าดูชัดขึ้นโดยไม่ต้องเติมฟิลเลอร์เพิ่ม

ร่องแก้มตื้นลง

เพราะโครงสร้างถูกยกกลับตำแหน่งเดิม ไม่ใช่แค่ดึงผิว

ดวงตาดูสดใสขึ้น

จากการทำ ส่องกล้องยกคิ้ว EBL ทำให้หางตาที่เคยตกยกขึ้นเล็กน้อย ดูละมุน ไม่ดุ

แผลซ่อนแนบเนียน

การทำ ดึงหน้า แบบเทคนิคส่องกล้องช่วยให้แผลเล็กและซ่อนตามแนวไรผม

ประสบการณ์จริงของเอิร์น หลัง ดึงหน้า ครบ 1 เดือน

เอิร์นเล่าว่า ช่วง 7 วันแรกมีอาการตึงและบวมเล็กน้อยตามปกติของการทำ ดึงหน้า แต่หลัง 2 สัปดาห์ เริ่มแต่งหน้า ออกงาน และไลฟ์สดได้ตามปกติ

ครบ 1 เดือน ความมั่นใจกลับมาเต็มที่

  • กล้าถ่ายภาพมุมข้าง
  • ไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์แรง
  • แฟนคลับทักว่าดูสดใส

สิ่งสำคัญคือหลายคนไม่รู้ว่าเอิร์นทำ ดึงหน้าตึงX3 เพราะลุคที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ตึงจนผิดสัดส่วน

ทำไมต้องทำ ส่องกล้องยกคิ้ว ควบคู่ ดึงหน้า Mid Facelift

ในหลายเคส หากทำเพียง ดึงหน้า อย่างเดียว อาจแก้ได้เฉพาะส่วนล่าง แต่ถ้าหางคิ้วตก จะทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยอยู่ การทำ ส่องกล้องยกคิ้ว  EBL จึงช่วยยกชั้นเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากโดยไม่ต้องเปิดแผลยาว เมื่อนำมารวมกับ ดึงหน้า Mid Facelift ใบหน้าจะดูสมดุลทั้งแนวตั้งและแนวนอน นี่คือเหตุผลที่เอิร์นเลือกทำแบบ “ครบชุด” ในครั้งเดียว

ความปลอดภัยของการ ดึงหน้า และ ส่องกล้องยกคิ้ว

การทำ ดึงหน้า และ ส่องกล้องยกคิ้ว เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยประสบการณ์แพทย์เฉพาะทาง เทคนิคส่องกล้องช่วยให้มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อชัดเจน ลดการกระทบเส้นประสาท เมื่อทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ตามหลักการแพทย์

ผลลัพธ์ระยะยาวของ ดึงหน้าตึงX3

ครบ 1 เดือนถือเป็นช่วงเริ่มต้นของผลลัพธ์ โดยทั่วไปการทำ ดึงหน้าตึงX3 และ ดึงหน้า Mid Facelift จะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 3–6 เดือน เมื่อเนื้อเยื่อเข้าที่เต็มที่ ใบหน้าจะดูแน่น กระชับ และเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เอิร์นเองยังมีแผนอัพเดตผลลัพธ์อีกครั้งในเดือนที่ 3 และเดือนที่ 6 เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของการทำ ดึงหน้า

DCH Hospital
Author: DCH Hospital

Dr.Chen Writer

Written by

DCH Hospital

Dr.Chen Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง