ดึงหน้าตึงX3

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น แก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหน้าดูไม่กระชับเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าในหลายระดับ ทั้งชั้นผิว ชั้นไขมัน และชั้นพังผืดใต้กล้ามเนื้อ

     ด้วยเหตุนี้ แนวทางการยกกระชับใบหน้าในปัจจุบันจึงพัฒนาไปสู่เทคนิคที่ดูแลหลายระดับพร้อมกัน หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความสนใจคือ ดึงหน้าตึงX3 ซึ่งเป็นแนวคิดการยกกระชับใบหน้าที่ผสานเทคโนโลยี 3 ขั้นตอนเข้าด้วยกัน ได้แก่ ดึงหน้าDeep SMAS, Morpheus Burst8 และ Ignite Quantum เพื่อช่วยยกโครงสร้างใบหน้าชั้นลึก กระชับผิว และเก็บกรอบหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้น

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ดึงหน้าตึงX3 คืออะไร แตกต่างจากการดึงหน้าทั่วไปอย่างไร และเหตุใดเทคนิคนี้จึงได้รับความสนใจในกลุ่มผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ดึงหน้าตึงX3 คืออะไร?

ดึงหน้าตึงX3

เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าครบ 3 ระดับลึก ที่ DCH Hospital

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มสังเกตว่าใบหน้าดู หย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้มลึก ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวหลายระดับ ไม่ใช่เพียงแค่ผิวชั้นบนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชั้นพังผืด กล้ามเนื้อ และไขมันใต้ผิวหนัง

ด้วยเหตุนี้ การยกกระชับใบหน้าในปัจจุบันจึงพัฒนาไปสู่แนวคิดการรักษาที่เรียกว่า “Multi-Layer Lifting” หรือการยกกระชับหลายระดับผิวพร้อมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน

หนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความสนใจคือ ดึงหน้าตึงX3 ซึ่งเป็นเทคนิคที่รวมการยกกระชับใบหน้าถึง 3 ระดับลึก ได้แก่

ตึงที่ 1 : ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS

เพื่อยกโครงสร้างใบหน้าชั้นลึก

ตึงที่ 2 : Morpheus Burst8

เพื่อกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจน

ตึงที่ 3 : Ignite Quantum

เพื่อเก็บกรอบหน้าและลดไขมันส่วนเกิน

เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้ในศูนย์ศัลยกรรมของ DCH Hospital เพื่อช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าอย่างครอบคลุม

ดึงหน้าตึงX3 ที่ DCH Hospital มีอะไรบ้าง

ดึงหน้า

ตึงที่ 1 : ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS) 

ขั้นตอนแรกของ ดึงหน้าตึงX3 คือการทำ ดึงหน้าDeep SMAS ซึ่งเป็นการยกกระชับโครงสร้างใบหน้าชั้นลึก SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นพังผืดที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อใบหน้า เป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยพยุงรูปหน้า เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นนี้จะหย่อนคล้อยลง ทำให้เกิดปัญหา เช่น

  1. แก้มหย่อน
  2. ร่องแก้มลึก
  3. กรอบหน้าไม่ชัด
  4. เหนียงใต้คาง

การทำ ดึงหน้าDeep SMAS จึงเป็นการยกโครงสร้างจากต้นเหตุ โดยศัลยแพทย์จะปรับตำแหน่งชั้นพังผืดนี้ให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ข้อดีของการทำ ดึงหน้าDeep SMAS

  1. ยกกระชับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
  2. ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  3. ลดความหย่อนคล้อยของแก้มและกรอบหน้า
  4. ทำให้รูปหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น

การยกชั้นลึกนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคนิค ดึงหน้าตึงX3 เพราะช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย

ตึงที่ 2 : Morpheus Burst8 กระชับผิวระดับลึก

หลังจากยกโครงสร้างด้วย ดึงหน้าDeep SMAS แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการดูแลคุณภาพผิวด้วยเทคโนโลยี Morpheus Burst8 เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุผ่านเข็มขนาดเล็ก เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับลึก

กลไกการทำงานของ Morpheus Burst8

  1. ส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิว
  2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
  3. ช่วยให้ผิวแน่นและกระชับขึ้น
  4. ลดความหย่อนคล้อยของผิว

ประโยชน์ของ Morpheus Burst8

  1. ผิวเรียบเนียนขึ้น
  2. รูขุมขนกระชับ
  3. ผิวเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  4. ช่วยเสริมผลลัพธ์ของการดึงหน้า

การใช้ Morpheus Burst8 ร่วมกับ ดึงหน้าตึงX3 ทำให้ไม่เพียงแต่โครงสร้างถูกยกขึ้น

แต่ผิวก็ยังได้รับการฟื้นฟูให้ดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นด้วย

ตึงที่ 3 : Ignite Quantum เก็บกรอบหน้า 

ขั้นตอนสุดท้ายของ ดึงหน้าตึงX3 คือการใช้เทคโนโลยี Ignite Quantum

เทคโนโลยีนี้ใช้พลังงาน RF ในการช่วย

  1. สลายไขมันส่วนเกิน
  2. เก็บกรอบหน้า
  3. ลดเหนียงใต้คาง
  4. เพิ่มความคมชัดของรูปหน้า
  5. หลายคนที่มีปัญหา กรอบหน้าไม่ชัดหรือมีเหนียง มักพบว่าแม้จะยกหน้าแล้ว แต่ยังมีไขมันส่วนเกินอยู่
  6. การใช้ Ignite Quantum จึงช่วยปรับรูปหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้คือ

  1. กรอบหน้าชัดขึ้น
  2. ใบหน้าดูเรียวขึ้น
  3. ลดไขมันสะสมบริเวณแก้มล่าง

เมื่อรวมกับ ดึงหน้าDeep SMAS และ Morpheus Burst8 จึงทำให้ผลลัพธ์ของ ดึงหน้าตึงX3 ครบทั้งการยก เก็บ และกระชับ

ทำไมต้องทำดึงหน้าตึงX3 ในโรงพยาบาล

การทำศัลยกรรมดึงหน้าเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความละเอียดและความเชี่ยวชาญสูง ดังนั้นสถานที่ที่ทำจึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการทำใน โรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ข้อดีของการทำ ดึงหน้าตึงX3 ในโรงพยาบาล

1 ความปลอดภัยด้านห้องผ่าตัด

โรงพยาบาลมีห้องผ่าตัดมาตรฐานที่ผ่านการควบคุมด้านความสะอาดและความปลอดภัย

2 ทีมแพทย์และวิสัญญีแพทย์ดูแล

ในกระบวนการผ่าตัดจะมีทีมแพทย์หลายฝ่ายช่วยดูแล เช่น ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาลห้องผ่าตัด

3 อุปกรณ์และเทคโนโลยีครบ

โรงพยาบาลสามารถรองรับเทคโนโลยีหลายชนิด เช่น Morpheus Burst8 Ignite Quantum เครื่องมือศัลยกรรมมาตรฐาน

4 ระบบดูแลหลังผ่าตัด

ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการติดตามผลและดูแลหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม

สรุป ดึงหน้าตึงX3 ยกหน้า 3 ระดับเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุม

เพราะการ ดึงหน้า ที่ดี ไม่ควรดึงเพียงผิว การ ดึงหน้าชั้น SMAS ช่วยยกโครงสร้าง Morpheus Burst8 ช่วยให้ผิวแน่น Ignite Quantum ช่วยเก็บกรอบหน้า เมื่อทั้ง 3 เทคโนโลยีทำงานร่วมกันในแนวคิด DCH Triple Combination จึงเกิดเป็นแนวทาง ดึงหน้าตึงX3 ที่เน้นผลลัพธ์สมดุล ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ และดูแลครบทุกมิติของใบหน้า

DCH Hospital
Author: DCH Hospital

Dr.Chen Writer

Written by

DCH Hospital

Dr.Chen Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง