การตัดสินใจ เสริมจมูก ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงตัวเองของใครหลายๆ คน ไม่เว้นแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์อย่าง “หมอป้อ” บัณฑิตแพทย์ป้ายแดงที่เพิ่งเรียนจบและสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพมาหมาดๆ หลังจากผ่านการทำศัลยกรรมจมูกมาได้ 14 วัน หมอป้อก็ได้ออกมาอัปเดตทรงจมูกใหม่ที่เจ้าตัวบอกเลยว่า “ถูกใจสุดๆ” พร้อมเล่าประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนทำ ความรู้สึกหลังทำ และขอใช้โอกาสนี้เคลียร์ใจประเด็นคลิปไวรัลในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการลางานไปทำศัลยกรรมที่มีคนดูทะลุ 1 ล้านวิว! บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ทุกความรู้สึก และทุกข้อคิดจากการทำศัลยกรรมครั้งนี้ของหมอป้อกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
จุดเริ่มต้นและปัญหาที่ทำให้หมอป้อตัดสินใจ เสริมจมูก
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ เราต้องมาย้อนดูกันก่อนว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้หมอป้อตัดสินใจก้าวเข้าสู่คลินิกศัลยกรรมเพื่อ เสริมจมูก เป็นครั้งแรกในชีวิต เดิมทีนั้นหมอป้อเล่าว่า ตนเองประสบปัญหาเรื่องโครงสร้างใบหน้าที่รู้สึกว่ายังไม่สมส่วนเท่าที่ควร ปัญหาจมูกเดิมของหมอป้อคือ เป็นคนไม่ค่อยมีสันจมูก ทรงจมูกมีลักษณะงุ้มลงมาตรงๆ อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ปลายจมูกยังค่อนข้างแบน ทำให้ขาดมิติเมื่อมองจากด้านข้าง และที่สำคัญที่สุดคือ เวลาถ่ายรูปหน้าตรงจะรู้สึกว่าฐานจมูกดูกว้างมาก ซึ่งปัญหานี้ส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตและการถ่ายรูปในแต่ละวัน
การเป็นแพทย์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องละทิ้งการดูแลตัวเองหรือภาพลักษณ์ภายนอก การมีความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตนเองสามารถส่งผลบวกต่อบุคลิกภาพและการทำงานได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การ เสริมจมูก จึงกลายเป็นทางเลือกที่หมอป้อศึกษามาเป็นอย่างดี เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่กวนใจมาเนิ่นนาน และเพื่อมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับตัวเองในวาระที่สำเร็จการศึกษา
จากทรงเดิมสู่ทรงหยดน้ำ เคล็ดลับการประเมินรูปหน้าก่อน เสริมจมูก
ยื่นเรฟ “อิน สาริน” สู่ทรงหยดน้ำ เคล็ดลับการประเมินรูปหน้าก่อน เสริมจมูก
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการทำศัลยกรรมคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกทรงที่เหมาะสม หมอป้อเล่าว่า ตอนแรกที่เข้าไปปรึกษาคุณหมอ ตัวเขาเองได้ ยื่นเรฟทรงจมูกเป็น “พี่อิน สาริน” พระเอกหนุ่มหน้าหวานที่มีทรงจมูกโด่งพุ่งเป็นเอกลักษณ์ เพราะคิดว่าการ เสริมจมูก ทั้งทีก็อยากให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนไปเลย
แต่ทว่า การทำศัลยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่การทำตามความต้องการหรือเรฟเฟอเรนซ์ของคนไข้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย พอลองประเมินโครงสร้างใบหน้า ฐานกระดูก และเนื้อจมูกเดิมดูแล้ว หมอป้อรู้สึกว่าถ้าทำตามเรฟนั้น “มันอาจจะพุ่งเกินไปหรือเปล่า?” จึงได้มีการพูดคุยปรึกษาและปรับเปลี่ยนแผนร่วมกับคุณหมออีกครั้ง เพื่อให้เข้ากับสรีระของตัวเองมากที่สุด จนได้ข้อสรุปที่ “ทรงหยดน้ำ”
ผลลัพธ์ที่ได้จากการ เสริมจมูก ทรงหยดน้ำในครั้งนี้คือ ใบหน้าของหมอป้อเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก ดูหล่อละมุนและมีความเป็นธรรมชาติ ทรงจมูกทิ้งตัวลงมาได้อย่างพอดี ไม่ดูหลอกตา หรือโด่งพุ่งจนฝืนโครงสร้างใบหน้า โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูปหน้าตรง ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และปัญหาฐานจมูกกว้างที่เคยสร้างความกังวลใจก็หมดไปอย่างสิ้นเชิง พอส่องกระจกดูผลลัพธ์หลังทำ 14 วัน หมอป้อบอกเลยว่ารู้สึกพึงพอใจและมีความสุขกับจมูกแท่งนี้มากๆ
รีวิวความเจ็บปวดหลัง เสริมจมูก เซอร์ไพรส์มาก ไม่เจ็บเลย!
หลายคนอาจจะกลัวการทำศัลยกรรมเพราะคิดว่าต้องเจ็บปวดทรมานแน่ๆ บางคนถึงขั้นถอดใจไม่กล้าไปทำเพราะกลัวความเจ็บปวดระหว่างผ่าตัดและช่วงพักฟื้น แต่สำหรับประสบการณ์การ เสริมจมูก ของหมอป้อในครั้งนี้ถือว่าเหนือความคาดหมายและพลิกโผจากที่หลายคนจินตนาการไว้มาก
หมอป้อรีวิวความรู้สึกหลังออกจากห้องผ่าตัดว่า “เซอร์ไพรส์มาก… ไม่รู้สึกเจ็บเลย!” มีเพียงแค่อาการมึนยาสลบเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่การดมยาสลบที่ต้องมีการสอดท่อช่วยหายใจ หมอป้อก็บอกว่าไม่มีอาการเจ็บคอแต่อย่างใด ขนาดเพื่อนๆ ที่ได้ฟังรีวิวนี้ยังแอบแปลกใจว่าทำไมถึงชิลขนาดนี้
ส่วนในเรื่องของปฏิกิริยาคนรอบข้างและการพักฟื้นในช่วงแรก วันแรกที่กลับมาเจอเพื่อนๆ หลายคนอาจจะแอบตกใจอยู่บ้างเพราะใบหน้ามีรอยช้ำนิดหน่อยตามปกติของการทำศัลยกรรม แต่ที่น่าประทับใจคือหน้าไม่บวมมากนัก แสดงให้เห็นถึงเทคนิคที่ดีของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังทำที่ถูกต้อง และเมื่อเวลาผ่านไปจนเข้าสู่วันที่ 12-13 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มถอดเฝือกอ่อนที่ดามจมูกออก เพื่อนๆ ทุกคนก็ทักเป็นเสียงเดียวกันว่า “จมูกยุบแล้วดูดีขึ้นมาก” รอยช้ำต่างๆ จางหายไป เผยให้เห็นทรงจมูกที่ชัดเจนและหล่อเข้าที่มากขึ้น
คำแนะนำจากแพทย์ เรื่องความปลอดภัยในการ เสริมจมูก
ในฐานะที่หมอป้อเป็นผู้ที่อยู่ในวงการแพทย์ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสรีระวิทยาและการแพทย์เป็นอย่างดี หมอป้อจึงอยากใช้โอกาสนี้เน้นย้ำและฝากข้อคิดที่สำคัญมากๆ ถึงทุกคนที่กำลังสนใจอยากจะ เสริมจมูก หรือทำศัลยกรรมใดๆ ก็ตาม
หมอป้อให้คำแนะนำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดคือ “ความปลอดภัย” เราควรเลือกสถานที่ทำศัลยกรรมหรือโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานระดับสากล มีความสะอาด ปลอดเชื้อ มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบครัน และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์สูงเท่านั้น อย่าเห็นแก่ราคาถูกหรือโปรโมชั่นที่ดูดีเกินจริง เพราะการทำศัลยกรรมคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของเรา หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา การแก้ไขจะทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายเท่า ความปลอดภัยต่อร่างกายของเราคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจ เสริมจมูก
เคลียร์ดราม่าลางานไป เสริมจมูก ประเด็นร้อนจากคลิปไวรัลทะลุ 1 ล้านวิว
นอกจากการรีวิวทรงจมูกใหม่แล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทำให้เรื่องราวของหมอป้อถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ ดราม่าในโลกโซเชียล ก่อนหน้านี้ หมอป้อได้ลงคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่บอกเล่าเกี่ยวกับการลางานไป เสริมจมูก ซึ่งคลิปนั้นกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็วจนมีผู้เข้าชมทะลุ 1 ล้านวิว!
แน่นอนว่าเมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ย่อมมีเสียงสะท้อนกลับมาหลากหลายมุมมอง ความคิดเห็นของชาวเน็ตแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือผู้ที่เข้าใจและมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถทำได้ตราบใดที่ไม่กระทบต่องาน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งกลับมองว่าการเป็นแพทย์แล้วลางานไปทำศัลยกรรมความงามนั้นดูไม่เหมาะสม ทิ้งภาระให้เพื่อนร่วมงาน หรือมองว่าแพทย์ควรทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลคนไข้มากกว่า
จากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น หมอป้อไม่ได้นิ่งนอนใจและขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกันว่า จริงๆ แล้วการไป เสริมจมูก ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการละทิ้งหน้าที่หรือลางานฉุกเฉินแต่อย่างใด แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรียกว่าการ “เปลี่ยนผลัด” (Rotate) หรือช่วงเวลาพักเบรกระหว่างการสับเปลี่ยนวอร์ด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แพทย์สามารถใช้สิทธิ์ลาพักผ่อนได้ตามระเบียบของทางโรงพยาบาล การลางานครั้งนี้มีการวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดีและไม่ได้กระทบต่องานดูแลคนไข้หรือสร้างภาระให้เพื่อนร่วมงานเลย แต่ด้วยความที่คลิปวิดีโอต้นเรื่องเป็นคลิปสั้นๆ ที่ต้องการนำเสนอความสนุกสนาน จึงอาจทำให้สื่อสารรายละเอียดได้ไม่ครบถ้วน จนนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อนและเกิดการเข้าใจผิดในที่สุด
ข้อคิดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่อยาก เสริมจมูก
จากประสบการณ์ดราม่าที่ได้รับ หมอป้อได้ตกผลึกและฝากข้อคิดดีๆ ไว้ให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ โดยหมอป้อกล่าวว่า “สำหรับน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ แพทย์ ถ้าอยากมีเวลาไปทำสวยทำหล่อ หรือไป เสริมจมูก แนะนำให้จัดสรรเวลาในช่วงที่เหมาะสม และชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนกับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน จะได้ไม่เกิดดราม่าครับ” ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบและการเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น การเป็นบุคลากรทางการแพทย์นั้นมักจะถูกสังคมจับตามองในเรื่องของความเสียสละและความทุ่มเท แต่แพทย์ก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิ์ในการดูแลตัวเองและแสวงหาความมั่นใจ การจัดการเวลา (Time Management) และการสื่อสารที่ชัดเจน (Clear Communication) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) ได้อย่างราบรื่นและมีความสุข
บทสรุปแห่งความลัคกี้ ของขวัญชิ้นใหญ่หลัง เสริมจมูก
ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ “โชคดีและลงตัวสุดๆ” (Lucky) ของหมอป้อเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเพิ่งเรียนจบคว้าปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตมาครองได้สำเร็จแล้ว ยังสามารถสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้อย่างฉลุย ก้าวเข้าสู่การเป็นแพทย์อย่างเต็มตัว และที่สำคัญ ยังได้จมูกใหม่ทรงหยดน้ำที่หล่อละมุน เป็นเหมือนของขวัญชิ้นพิเศษที่มอบให้ตัวเองเพื่อต้อนรับการเริ่มต้นชีวิตในวัยทำงานอย่างมั่นใจ
แม้จะต้องเผชิญกับกระแสดราม่าบ้างประปราย แต่ด้วยทัศนคติที่ดีและการออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา ทำให้หมอป้อสามารถผ่านพ้นวิกฤตดราม่าโซเชียลมาได้อย่างสวยงาม พิสูจน์ให้เห็นว่าความจริงใจและความรับผิดชอบคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
สำหรับใครที่ชื่นชอบในทัศนคติ อยากติดตามอัปเดตทรงจมูกหลัง เสริมจมูก ว่าเมื่อเข้าที่แบบ 100% แล้วจะหล่อพุ่งขนาดไหน หรืออยากติดตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแบบฉบับของหมอป้อสุดหล่อคนนี้ สามารถไปกดติดตามและให้กำลังใจกันได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Instagram และ TikTok: porsi.r (รับรองว่าหมอป้อจะคอยอัปเดตคลิปใหม่ๆ และสาระดีๆ ให้ชมกันเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!)
จมูกแท่งนี้บอกเลยว่าคุ้มค่า และ 1 ล้านวิวคอนเฟิร์มความปังได้อย่างแท้จริง!
Author: DCH Hospital
Dr.Chen Writer