ถุงใต้ตา เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ดูมีอายุ และดูไม่สดใส แม้จะพักผ่อนเพียงพอหรือแต่งหน้าดีแค่ไหน ถุงใต้ตาก็ยังเห็นชัดอยู่เสมอ หลายคนพยายามแก้ด้วยครีมบำรุง การนวด หรือเลเซอร์ แต่กลับไม่เห็นผลชัดเจนในระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจแบบลึกและตรงจุดว่า
- ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร
- ไขมันใต้ตามีบทบาทอย่างไร
- วิธีแก้ถุงใต้ตาแบบไหนเหมาะกับคุณ
- ระหว่าง จัดเรียงไขมันใต้ตา (Lower Blepharoplasty) กับ ตัดถุงใต้ตา ต่างกันอย่างไร
ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร (สรุปแบบเข้าใจง่าย)
หัวใจสำคัญของถุงใต้ตา คือ ไขมันใต้ตา (Under-eye Fat) ซึ่งปกติทำหน้าที่พยุงโครงสร้างรอบดวงตาให้ดูอ่อนเยาว์ แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง จะทำให้เกิดถุงใต้ตาได้
สาเหตุหลัก ได้แก่
1. ไขมันใต้ตาโป่งหรือเคลื่อนตัว
เมื่อผนังกั้นไขมันอ่อนแรง ไขมันจะดันออกมาด้านหน้า → เห็นเป็นถุงใต้ตาชัดเจน นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด และ ครีมหรือเลเซอร์ไม่สามารถแก้ได้
2. ร่องใต้ตาลึก
เมื่อบริเวณร่องใต้ตายุบ แต่ไขมันยังอยู่ → เกิดความต่างระดับ ทำให้ถุงดูเด่นยิ่งขึ้น
3. ผิวใต้ตาหย่อนคล้อย
อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้คอลลาเจนลดลง ผิวบางและหย่อนง่าย → ถุงใต้ตาดูชัดขึ้น
4. พันธุกรรม
บางคนมีถุงใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย แม้พักผ่อนเพียงพอ นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้าง
ถุงใต้ตา เกิดจากอะไร? ต้องแก้ด้วยศัลยกรรมไหน
ถุงใต้ตา ≠ ใต้ตาคล้ำ
หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วต่างกัน
- ถุงใต้ตา → ปัญหา “โครงสร้าง” (ไขมัน / ผิว)
- ใต้ตาคล้ำ → ปัญหา “สีผิว / เส้นเลือด”
ถ้าแบน แต่สีคล้ำ = ใต้ตาคล้ำ
ถ้ามีลักษณะนูน โป่ง สัมผัสได้ = ถุงใต้ตา
ทำไมถุงใต้ตาถึงทำให้หน้าดูแก่
เพราะถุงใต้ตาอยู่ใกล้ดวงตา ซึ่งเป็นจุดโฟกัสแรกของใบหน้า เมื่อใต้ตานูน + มีร่องลึก → สมองจะรับรู้ว่า “เหนื่อย อ่อนล้า และมีอายุ” แม้โครงหน้าโดยรวมยังดูดี แต่ถุงใต้ตาเพียงอย่างเดียว
ก็สามารถทำให้ภาพรวมดูแก่ลงได้ทันที
วิธีแก้ถุงใต้ตาที่ได้ผลจริง
ปัจจุบันการแก้ถุงใต้ตาที่เห็นผลชัดและยาวนานที่สุด คือ ศัลยกรรมถุงใต้ตา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก
การจัดเรียงไขมันใต้ตา (Lower Blepharoplasty)
จัดเรียงไขมันใต้ตา หรือ Lower Blepharoplasty คือการผ่าตัดที่เน้น “ย้ายไขมัน” ไม่ใช่ตัดทิ้ง โดยแพทย์จะนำไขมันใต้ตาที่โป่ง มาจัดเรียงใหม่ให้กระจายตัวอย่างเรียบเนียน ลดความนูน และเติมเต็มร่องลึกใต้ตาไปพร้อมกัน
จัดเรียงไขมันใต้ตาเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีถุงใต้ตา + ร่องใต้ตาลึก
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเด็ก สดใส เป็นธรรมชาติ
- ไม่ต้องการให้ใต้ตาดูตอบหรือแข็ง
- คนอายุน้อยถึงวัยกลางคนที่ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี
ข้อดีของการจัดเรียงไขมันใต้ตา
- แก้ถุงใต้ตาและร่องลึกพร้อมกัน
- ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- ลดโอกาสใต้ตาตอบในอนาคต
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
การตัดถุงใต้ตา
ตัดถุงใต้ตา คือการผ่าตัดเพื่อนำไขมันใต้ตาส่วนเกินออก และอาจตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกบางส่วน เหมาะกับเคสที่มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ร่วมกับผิวหนังหย่อนมาก
เหมาะกับใครการตัดถุงใต้ตา
- ผู้ที่มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่
- ผิวใต้ตาหย่อนคล้อยชัดเจน
- ผู้ที่อายุมากและไม่กังวลเรื่องความอ่อนเยาว์มากนัก
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตัดถุงใต้ตา
- หากตัดไขมันมากเกินไป อาจทำให้ใต้ตาดูตอบ
- ต้องอาศัยประสบการณ์แพทย์สูง
- ไม่ได้แก้ร่องลึกใต้ตาโดยตรง
เลือกศัลยกรรมถุงใต้ตาแบบไหนดี?
การเลือกวิธีแก้ถุงใต้ตา ไม่มีสูตรตายตัว ต้องพิจารณาจาก
- ปริมาณไขมันใต้ตา
- สภาพผิว
- โครงสร้างใบหน้า
- อายุ และความต้องการผลลัพธ์
การประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
การผ่าตัดถุงใต้ตาพักฟื้นนานไหม
- บวมช้ำประมาณ 7–14 วัน
- กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 5–7 วัน
- ผลลัพธ์เข้าที่ชัดเจนใน 1–3 เดือน
สรุปถุงใต้ตา แก้ให้ตรงจุด เห็นผลจริง
ถุงใต้ตา ไม่ใช่แค่ปัญหาผิว แต่เป็นปัญหาโครงสร้าง หากแก้ถูกวิธี เช่น จัดเรียงไขมันใต้ตา (Lower Blepharoplasty) หรือ ตัดถุงใต้ตา ตามความเหมาะสม จะช่วยให้ใบหน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ และมั่นใจขึ้นอย่างชัดเจนในระยะยาว
FAQ : คำถามที่พบบ่อย
A : เกิดจากไขมันใต้ตาโป่ง ผิวหย่อนคล้อย พันธุกรรม และอายุที่เพิ่มขึ้น
A : คือการย้ายไขมันใต้ตาไปจัดเรียงใหม่ เพื่อลดถุงและเติมร่องลึกให้ดูเรียบเนียน
A : ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละคน ไม่มีวิธีไหนดีกว่าแบบตายตัว
A : ทำภายใต้ยาชา/ยานอนหลับ ความเจ็บน้อย และควบคุมได้
A : หากทำถูกวิธี ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้หลายปี








Author: DCH Hospital
Dr.Chen Writer
