เอิร์น เดอะสตาร์

เส้นทางชีวิตของ เอิร์น เดอะสตาร์ ที่แฟนเพลงยังจำได้เสมอ

หากพูดถึงนักร้องหญิงที่แจ้งเกิดจากเวทีประกวดชื่อดังในประเทศไทย ชื่อของ เอิร์น เดอะสตาร์ เป็นอีกหนึ่งชื่อที่แฟนเพลงจำนวนมากยังคงจดจำได้ เธอเป็นนักร้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องของน้ำเสียง บุคลิก และเสน่ห์บนเวที ในช่วงเวลาที่รายการประกวดร้องเพลงกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เอิร์น เดอะสตาร์ กลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วประเทศ เส้นทางในวงการบันเทิงของเธอเริ่มต้นจากตรงนั้น และต่อยอดสู่การเป็นศิลปินที่มีผลงานเพลงและการแสดงมากมาย

หลังจากรายการจบลง

เธอเริ่มมีผลงานทั้งในฐานะนักร้อง งานแสดง และการปรากฏตัวในสื่อบันเทิงต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้น แฟนเพลงจำนวนมากจำภาพของ เอิร์น เดอะสตาร์ ในลุคสาวน้อยหน้าหวาน สดใส และมีเสน่ห์ตามแบบฉบับนักร้องยุคทอง

จากเวที The Star สู่ศิลปินในวงการบันเทิง

ในช่วงเวลาที่รายการ The Star เป็นเวทีแจ้งเกิดของศิลปินหลายคน เอิร์น เดอะสตาร์ คือหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยบุคลิกที่สดใสและความสามารถในการร้องเพลง ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก

ในช่วงเวลานั้น ภาพจำของเอิร์นคือ

  • สาวหน้าหวาน
  • บุคลิกสดใส
  • ดวงตาที่มีเสน่ห์

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายปีในวงการบันเทิง สิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญเหมือนกันคือ การเปลี่ยนแปลงของวัย

quote-icon

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายปีในวงการบันเทิงก็ทำให้เธอเริ่มสังเกตเห็นว่า
ใบหน้าของตัวเองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย

เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาหน้าเริ่มเปลี่ยนตามวัย

แม้ว่าการมีอายุเพิ่มขึ้นจะเป็นเรื่องปกติของทุกคน แต่สำหรับคนที่ทำงานในวงการบันเทิง การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าอาจส่งผลต่อความมั่นใจอย่างมาก

เอิร์นเล่าว่าในช่วงหนึ่ง เธอเริ่มสังเกตเห็นว่า

หนังตาดูตก

ดวงตาดูไม่สดใสเหมือนเดิม

ใบหน้าเริ่มมีความหย่อนคล้อยตามวัย

สิ่งเหล่านี้ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า แม้ในวันที่พักผ่อนเพียงพอ ซึ่งสำหรับคนที่ต้องขึ้นเวที ต้องถ่ายภาพ และต้องอยู่หน้ากล้องอยู่เสมอ ความรู้สึกนี้ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า

quote-icon

“เราควรดูแลตัวเองมากกว่านี้ไหม”

เอิร์น เดอะสตาร์ ตัดสินใจปรึกษา หมอเชน DCH

เอิร์น เดอะสตาร์

หลังจากคิดอยู่ระยะหนึ่ง เอิร์นตัดสินใจเข้ามาปรึกษา หมอเชน DCH เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและหาทางแก้ไขปัญหา จากการตรวจประเมิน คุณหมอพบว่า

ปัญหาหลักของเอิร์นคือ

คิ้วตก

หนังตาตก

กรอบหน้าไม่ชัด

ใบหน้าส่วนกลางหย่อนคล้อย

ส่องกล้องยกคิ้ว เทคนิคที่ช่วยเปิดดวงตาให้สดใส

เอิร์น เดอะสตาร์

การ ส่องกล้องยกคิ้ว เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะส่องกล้องยกคิ้ว สามารถช่วยแก้ปัญหา

  • หนังตาตก
  • ตาดูเศร้า
  • ดวงตาไม่สดใส

ข้อดีของการส่องกล้องยกคิ้วคือ

  1. แผลขนาดเล็ก
  2. ซ่อนแผลในไรผม
  3. ช่วยยกตำแหน่งคิ้วอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับ เอิร์น เดอะสตาร์ เทคนิคนี้ช่วยให้ดวงตาดูสดใสขึ้นอย่างชัดเจน

ดึงหน้า Mid Facelift เพื่อให้ภาพรวมสมดุล

นอกจากยกคิ้วแล้ว ทีมแพทย์ยังประเมินว่า หากต้องการให้ผลลัพธ์ออกมาดูละมุนทั้งหน้า การ ดึงหน้า ควบคู่กันจะช่วยให้

  1. ความกระชับของผิวหน้าดูสมดุล
  2. กรอบหน้าดูชัดขึ้น
  3. ใบหน้าโดยรวมดูสดและอ่อนเยาว์

เอิร์นจึงตัดสินใจทำทั้งสองหัตถการร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นภาพเดียวกันทั้งหน้า ไม่ดูยกเฉพาะจุด

ดึงหน้า Lower Facelift คืนกรอบหน้าคมชัด

อีกหนึ่งจุดที่สำคัญคือ กรอบหน้า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น

  1. ไขมันและผิวหนังจะเริ่มหย่อนลง
  2. ทำให้กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม
  3. การ ดึงหน้า Lower Facelift

จึงช่วยยกกระชับบริเวณ

  • กรอบหน้า
  • แนวกราม
  • มุมปาก
  • ทำให้รูปหน้ากลับมาคมชัดขึ้น

บรรยากาศก่อนทำ ความมั่นใจที่มาจากการวางแผน

เอิร์น เดอะสตาร์

ก่อนเข้ารับการรักษา เอิร์นได้รับการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด มีการอธิบายแนวทางการยกคิ้วและดึงหน้าแบบเข้าใจง่าย ทำให้เอิร์นรู้สึกสบายใจและมั่นใจกับการตัดสินใจครั้งนี้
เป้าหมายชัดเจนคือ

“อยากให้ทุกคนเห็นแล้วรู้สึกว่า ดูสดขึ้น แต่ยังเป็นเอิร์นคนเดิม”

แล้วทำไมต้องดึงหน้าควบคู่กัน

จากการประเมินของทีมแพทย์ หากทำเพียงยกคิ้วอย่างเดียว อาจช่วยได้เฉพาะส่วนบนของใบหน้า แต่ภาพรวมอาจยังไม่สมดุล

การ ดึงหน้า จึงถูกแนะนำเพื่อช่วย

  1. เสริมความกระชับของผิวหน้า
  2. ปรับกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น
  3. ทำให้ผลลัพธ์ของยกคิ้วดูกลมกลืนทั้งหน้า

เอิร์นจึงตัดสินใจทำ ยกคิ้วและดึงหน้า ร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นภาพเดียวกันทั้งใบหน้า ไม่ดูยกเฉพาะจุด

การตัดสินใจเลือก DCH Hospital

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ คือความเชื่อมั่นในแนวทางการรักษาของ DCH Hospital
เอิร์นเล่าว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกสบายใจ คือการประเมินแบบรายบุคคล และการอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ว่าผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด และอะไรที่ควรหรือไม่ควรทำ

สำหรับคนในวงการบันเทิง “ความสวย”

เพราะสำหรับคนในวงการบันเทิง “ความสวย” ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือ “โอกาส” เมื่อใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปตามวัย เอิร์น เดอะสตาร์ จึงไม่เลือกปล่อยให้เวลาทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่เลือก “รีเซ็ตความสดใส” ด้วยเทคนิคที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้

ยกคิ้ว EBL

ส่องกล้องยกคิ้ว Endotine

5.0

ที่ DCH Hospital เราให้คำปรึกษาอย่างแม่นยำด้วยโปรแกรม 3D  ทางการแพทย์ นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เห็นภาพผลลัพธ์ก่อนทำ ความแม่นยำกว่า 90% ออกแบบโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยตรงจุดและเป็นธรรมชาติในแบบของคุณ

ใช้วัสดุ Endotine

สแกนหน้า 3D ก่อนทำทุกเคส

เทคนิคซ่อนแผล ไร้แผลบนใบหน้า

ทำโดย นพ. เชน ชัยชาญชีพ ว.51245

quote-icon

นั่นคือ ดึงหน้าตึงX3 กับหมอเชน DCH
เทคนิคที่ไม่ได้แค่ “ดึง” แต่ยก–ตึง–เฟิร์ม ครบในครั้งเดียว

ดึงหน้าตึงX3
ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนใคร

ดึงหน้า

จากวันที่หลายคนเห็นเอิร์น เดอะสตาร์ ตัดสินใจทำ ดึงหน้าตึงX3 ร่วมกับ ส่องกล้องยกคิ้ว และ ดึงหน้า Mid Facelift หลายเสียงตั้งคำถามว่า “จะดูตึงเกินไปไหม?” “จะโป๊ะหรือเปล่า?” วันนี้ครบ 1 เดือนเต็มหลังทำ ดึงหน้า ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนคือใบหน้าที่ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าคมขึ้น ร่องแก้มตื้นลง และดวงตาที่ดูเปิดมากขึ้นจากการทำ ยกคิ้ว EBL โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของเอิร์นไว้อย่างครบถ้วน

สิ่งที่ทำให้เคสนี้แตกต่าง ไม่ใช่แค่การ ดึงหน้า แบบทั่วไป

แต่คือแนวคิดของ ดึงหน้าตึงX3 ที่ยกโครงสร้างลึกด้วย Deep SMAS เติมความแน่นของผิวด้วย Morpheus Burst8 และเก็บกรอบหน้าให้คมด้วย Ignite Quantum พร้อมผสานเทคนิค ส่องกล้องยกคิ้ว เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลทั้งใบหน้า

ทำไมเอิร์นถึงเลือก ดึงหน้าตึงX3 แทนการฉีดหรือเลเซอร์

ก่อนตัดสินใจทำ ดึงหน้า เอิร์นเคยผ่านการดูแลผิวด้วยหัตถการไม่ผ่าตัดมาก่อน ทั้งการยกกระชับด้วยพลังงานความร้อน และการดูแลผิวแบบต่าง ๆ

แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาที่ชัดเจนคือ

  1. ร่องแก้มลึก
  2. แก้มตกเล็กน้อย
  3. ใบหน้าช่วงกลางเริ่มหย่อน
  4. หางตาตก ทำให้ดูเหนื่อย

การแก้ปัญหาระดับโครงสร้างลึก จำเป็นต้องใช้การผ่าตัด ดึงหน้า Mid Facelift ร่วมกับ ส่องกล้องยกคิ้ว เพื่อยกทั้งส่วนบนและส่วนกลางของใบหน้าอย่างสมดุล

ดึงหน้าตึงX3 คืออะไร

เอิร์น เดอะสตาร์

การ ดึงหน้าตึงX3 ไม่ใช่แค่การ “ดึงหน้า” ให้ตึงขึ้นชั่วคราว แต่คือแนวคิดการยกกระชับแบบครบ 3 มิติ ทั้งโครงสร้างลึก ผิวชั้นกลาง และกรอบหน้าชั้นนอก ด้วยเทคนิคผสมผสานที่เรียกว่า

DCH Triple Combination

ซึ่งรวม 3 เทคโนโลยี ได้แก่

  1. ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS)
  2. Morpheus Burst8
  3. Ignite Quantum

เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ แน่น เฟิร์ม และคมชัดในระยะยาว บทความนี้จะพาเจาะลึกทุกมิติของการ ดึงหน้า แบบตึงX3 ว่าทำไมต้องยก 3 ชั้น? แต่ละเทคโนโลยีทำงานอย่างไร? และใครบ้างที่เหมาะกับแนวทางนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการรักษา

ตึงที่ 1 : ดึงหน้าชั้น SMAS (Deep SMAS) 

ดึงหน้าตึงx3

หัวใจของการ ดึงหน้าชั้น SMAS คือการยกชั้นโครงสร้างพังผืดที่อยู่ลึกใต้ผิวหนัง (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางและความหย่อนคล้อยของใบหน้า

ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS คืออะไร?

ดึงหน้าชั้นลึก Deep SMAS คือเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าโดยยก “ชั้นโครงสร้างลึก” ที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนัง และเป็นตัวการสำคัญของความหย่อนคล้อย

ทำไมต้องยกชั้น SMAS?

เมื่ออายุมากขึ้น ชั้น SMAS จะเคลื่อนต่ำลง ทำให้เกิดแก้มตก ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หากดึงเพียงผิวหนัง ผลลัพธ์อาจดูตึงแต่ไม่แก้โครงสร้างจริง

  1. จุดเด่นของ Deep SMAS
  2. ยกโครงสร้างจากฐานราก ไม่ดึงแค่ผิว
  3. ลดแรงตึงบนผิวหนัง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
  4. ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าการดึงผิวอย่างเดียว

สรุปสั้น ๆ : Deep SMAS คือการดึงหน้าที่แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากชั้นลึกที่สุดของใบหน้า

ตึงที่ 2 : Morpheus Burst8 กระชับผิวระดับลึก

ดึงหน้าตึงx3

แม้จะยกโครงสร้างแล้ว แต่คุณภาพผิวก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ดูสวยสมบูรณ์

Morpheus Burst8 คืออะไร?

Morpheus Burst8 คือเทคโนโลยี Microneedling RF (คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก) ที่ส่งพลังงานลงลึกหลายระดับ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน คำว่า “Burst” หมายถึงการปล่อยพลังงานเป็นจังหวะหลายชั้นในครั้งเดียว ทำให้ครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและลึก

Morpheus Burst8 ช่วยอะไร?

  1. กระชับผิวให้แน่นขึ้น
  2. ลดความหย่อนเล็ก ๆ
  3. ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  4. เสริมผลลัพธ์หลังดึงหน้า

สรุปง่าย ๆ : Morpheus Burst8 คือเครื่องยกกระชับผิวที่ทำงานระดับลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด

สามารถทำ Morpheus Burst8 ระหว่างที่ผู้เข้ารับบริการอยู่ภายใต้การดมยาสลบในการผ่าตัดดึงหน้าได้เลย จึงไม่ต้องกลับมาทำซ้ำหลายรอบ ลดระยะเวลาและความไม่สะดวก

ตึงที่ 3 : Ignite Quantum เก็บกรอบหน้า 

ดึงหน้าตึงx3

ในบางราย ปัญหาไม่ได้มาจากความหย่อนเพียงอย่างเดียว แต่มีไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า เหนียง หรือแก้มล่าง

Ignite Quantum คืออะไร?

Ignite Quantum คือเทคโนโลยีคลื่นพลังงาน RF ที่ออกแบบมาเพื่อกระชับผิวและปรับกรอบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง เหนียง และแนวกราม พลังงาน RF จะช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่

Ignite Quantum เหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด
  2. มีไขมันสะสมเล็กน้อยบริเวณเหนียง
  3. ต้องการเสริมความคมชัดหลังดึงหน้า

สรุปสั้น ๆ : Ignite Quantum คือเทคโนโลยีเก็บกรอบหน้าและเพิ่มความชัดของรูปหน้า

สามารถทำเสริมในขณะดมยาสลบระหว่างผ่าตัดได้ทันที ทำให้กระบวนการ “ดึง ยก กระชับ” ครบจบในรอบเดียว

quote-icon

ครบ 1 เดือนหลังทำ ดึงหน้าตึงX3 เอิร์นบอกชัดเจนว่า
“หน้ามันแน่นขึ้นแบบรู้สึกได้เลย แต่ไม่แข็ง ไม่ตึงจนยิ้มไม่ได้”

กรอบหน้าคมขึ้น

การ ดึงหน้า Mid Facelift ช่วยยกแก้มส่วนกลาง ทำให้แนวกรอบหน้าดูชัดขึ้นโดยไม่ต้องเติมฟิลเลอร์เพิ่ม

ร่องแก้มตื้นลง

เพราะโครงสร้างถูกยกกลับตำแหน่งเดิม ไม่ใช่แค่ดึงผิว

ดวงตาดูสดใสขึ้น

จากการทำ ส่องกล้องยกคิ้ว EBL ทำให้หางตาที่เคยตกยกขึ้นเล็กน้อย ดูละมุน ไม่ดุ

แผลซ่อนแนบเนียน

การทำ ดึงหน้า แบบเทคนิคส่องกล้องช่วยให้แผลเล็กและซ่อนตามแนวไรผม

ประสบการณ์จริงของเอิร์น หลัง ดึงหน้า ครบ 1 เดือน

เอิร์นเล่าว่า ช่วง 7 วันแรกมีอาการตึงและบวมเล็กน้อยตามปกติของการทำ ดึงหน้า แต่หลัง 2 สัปดาห์ เริ่มแต่งหน้า ออกงาน และไลฟ์สดได้ตามปกติ

ครบ 1 เดือน ความมั่นใจกลับมาเต็มที่

  • กล้าถ่ายภาพมุมข้าง
  • ไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์แรง
  • แฟนคลับทักว่าดูสดใส

สิ่งสำคัญคือหลายคนไม่รู้ว่าเอิร์นทำ ดึงหน้าตึงX3 เพราะลุคที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ตึงจนผิดสัดส่วน

ทำไมต้องทำ ส่องกล้องยกคิ้ว ควบคู่ ดึงหน้า Mid Facelift

ในหลายเคส หากทำเพียง ดึงหน้า อย่างเดียว อาจแก้ได้เฉพาะส่วนล่าง แต่ถ้าหางคิ้วตก จะทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยอยู่ การทำ ส่องกล้องยกคิ้ว  EBL จึงช่วยยกชั้นเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากโดยไม่ต้องเปิดแผลยาว เมื่อนำมารวมกับ ดึงหน้า Mid Facelift ใบหน้าจะดูสมดุลทั้งแนวตั้งและแนวนอน นี่คือเหตุผลที่เอิร์นเลือกทำแบบ “ครบชุด” ในครั้งเดียว

ความปลอดภัยของการ ดึงหน้า และ ส่องกล้องยกคิ้ว

การทำ ดึงหน้า และ ส่องกล้องยกคิ้ว เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยประสบการณ์แพทย์เฉพาะทาง เทคนิคส่องกล้องช่วยให้มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อชัดเจน ลดการกระทบเส้นประสาท เมื่อทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ตามหลักการแพทย์

ผลลัพธ์ระยะยาวของ ดึงหน้าตึงX3

ครบ 1 เดือนถือเป็นช่วงเริ่มต้นของผลลัพธ์ โดยทั่วไปการทำ ดึงหน้าตึงX3 และ ดึงหน้า Mid Facelift จะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 3–6 เดือน เมื่อเนื้อเยื่อเข้าที่เต็มที่ ใบหน้าจะดูแน่น กระชับ และเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เอิร์นเองยังมีแผนอัพเดตผลลัพธ์อีกครั้งในเดือนที่ 3 และเดือนที่ 6 เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของการทำ ดึงหน้า

“ดูดไขมันเหนียง X3”
แก้เหนียง กรอบชัดในครั้งเดียว

เอิร์น เดอะสตาร์

สำหรับศิลปินอย่าง เอิร์น The Star ความคมชัดของกรอบหน้าเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลาขึ้นเวทีและออกกล้อง แม้จะดูแลตัวเองดี แต่ยังมีปัญหา เหนียง หรือไขมันใต้คาง ทำให้ใบหน้าดูไม่ชัดในบางมุม เอิร์นจึงตัดสินใจเข้าปรึกษาและทำ ดูดไขมันเหนียง ที่โรงพยาบาลศัลยกรรม DCH กับ นพ.เชน ชัยชาญชีพ (ว.51245)

ปัญหาเหนียงก่อนทำดูดไขมันเหนียง

กรอบหน้าไม่คมชัด

ถ่ายมุมข้างเห็นชั้นคางชัด

ผิวใต้คางเริ่มหย่อนเล็กน้อย

มี ไขมันใต้คาง (เหนียง) แม้ไม่อ้วน

ปัญหาเหล่านี้เหมาะกับการแก้ด้วย ดูดไขมันเหนียง + ยกกระชับ

ดูดไขมันเหนียง X3 เทคนิคยก–เก็บ–กระชับ

เอิร์นเลือกโปรแกรม ดูดไขมันเหนียง X3 ที่รวม 3 ขั้นตอนในครั้งเดียว

  1. ดูดไขมันด้วย Body Jet ลดการบาดเจ็บ
  2. กระชับกรอบหน้าด้วย RF (Ignite Quantum)
  3. กระตุ้นคอลลาเจนด้วย Morpheus Burst8
  4. ช่วยทั้งลดเหนียงและยกกระชับผิว ทำให้ กรอบหน้าชัดขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

รีวิวผลลัพธ์หลังดูดไขมันเหนียง

หลังทำ ดูดไขมันเหนียง X3

  • เหนียงลดลงชัด
  • กรอบหน้าคมขึ้น
  • ใบหน้าดูเรียวและมีมิติ
  • ผิวใต้คางกระชับขึ้น

เอิร์นเผยว่ามั่นใจขึ้นมากเวลาออกกล้องและขึ้นเวที

ดูดไขมันเหนียง ช่วยอะไรได้มากกว่าที่คิด

การทำ ดูดไขมันเหนียง ไม่ได้แค่ลดไขมันใต้คาง แต่ช่วยให้ กรอบหน้าชัด หน้าเรียว และดูอ่อนวัยขึ้น โดยเฉพาะเทคนิคแบบ X3 ที่รวมทั้ง “ลด + ยก + กระชับ” ในครั้งเดียว

หมายเหตุ : ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง

DCH Hospital
Author: DCH Hospital

Dr.Chen Writer

Written by

DCH Hospital

Dr.Chen Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง